ส่องศักยภาพทำเลทองที่น่าจับตาในอนาคต The Interchange Bang Sue Station

Interchange Bang Sue

Interchange Bang Sue

         การเลือกซื้อที่อยู่อาศัยและลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จะเกิดขึ้นได้นั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แต่หัวใจหลัก ของการเลือกอสังหาริมทรัพย์คือ “ทำเล” เพราะเมื่อซื้อแล้ว ทำเลเป็นสิ่งเดียวที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือย้ายที่ได้ ดังนั้นเราจึงต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนทำการตัดสินใจ เพราะจะรุ่งหรือจะร่วงก็ขึ้นอยู่กับทำเลนี่เอง ซึ่งย่านบางซื่อ นับเป็นอีกหนึ่งในทำเลทองที่น่าจับตามองของปี 2559

         ดังนั้น นักลงทุนด้านอสังหาฯ จึงมองว่าย่านเตาปูน-บางซื่อเป็นทำเลทอง หลังถูกดันเป็นจุดเชื่อมต่อ (อินเตอร์เชนจ์) รถไฟฟ้าหลายสาย โดยเชื่อมั่นว่าเมื่อถูกพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางคมนาคมระดับอาเซียน จะมีแนวโน้มดันราคาที่ดินให้พุ่งสูงขึ้นอีกในอนาคต

          นายกิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นจูรี่ 21 (ประเทศไทย) จำกัดเปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา ทำเลที่ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการอสังหาฯ และนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง นอกจากทำเล ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีน้ำเงินแล้ว ทำเลที่โดดเด่นก็คือ ทำเลย่านเตาปูน-บางซื่อ ซึ่งเป็นทำเลที่มีจุดเด่น โดยทำเลเตาปูนที่รถไฟฟ้าสองสายมาบรรจบกันช่วยหนุนให้ย่านนี้เป็นอินเตอร์เชนจ์ที่สมบูรณ์ รวมถึงย่านบางซื่อ และ พื้นที่ใกล้เคียง เช่น ประชาชื่น ถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี และ ถนนประชาราษฎร์ ซึ่งเป็นทำเล ต้นทางรถไฟ 2 สายที่กำลัง ก่อสร้างทั้งสายสีม่วง (บางซื่อ-บางใหญ่) ที่การก่อสร้างคืบหน้าไปกว่า 95% และ สายสีน้ำเงิน (บางซื่อ-ท่าพระ) ก่อสร้างไปแล้วกว่า 56 % และทยอยสร้างเสร็จในปี2559-2560 รวมถึงโครงการก่อสร้างรถไฟชานเมือง สายสีเเดง (บางซื่อ-ตลิ่งชัน) ที่ขณะนี้ สร้างเสร็จแล้วรอเพียงแต่เปิดวิ่งบริการ อย่างเป็นทางการเท่านั้น ทำให้ทำเลที่กล่าว มานี้เป็นทำเลที่มีศักยภาพในการพัฒนาอีกมากส่งผลให้ราคาที่ดิน สามารถปรับ เพิ่มขึ้น 20-50% และ เชื่อว่าจะปรับ ขึ้นอีกในอนาคต

          บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด(มหาชน) เล็งเห็นว่าทำเลในย่านนี้จะถูกพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางคมนาคมระดับอาเซียน “The linkage and Business Hub of Asean” ซึ่งจะส่งเสริมให้พื้นที่บริเวณบางซื่อเป็น Interchange ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร เนื่องจาก ปัจจุบันเกิดปัญหาการกระจุกตัวของการเดินทางในพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพมหานครที่มีการพัฒนาเป็นเมืองสูง ทำให้มี ความจำเป็นต้องขยายโครงการศูนย์คมนาคมพหลโยธินออกไปยังพื้นที่รอบนอก ในย่านพหลโยธิน ของการรถไฟ แห่งประเทศไทย โดยโครงการศูนย์คมนาคมพหลโยธินมีพื้นถึง 2,325 ไร่ และมูลค่าโครงการกว่า 150,000 ล้านบาท คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2562 สำหรับโครงการนี้จะแบ่งออกเป็นโซนๆโดยแต่ละโซนจะแบ่งการใช้ ประโยชน์ แตกต่างกันออกไป ดังนี้

– สถานีกลางบางซื่อ (Bang Sue Grand Station) ขนาดพื้นที่ประมาณ 1,176 ไร่ ถูกวางแผนให้เป็นศูนย์กลาง คมนาคมขนส่งระบบรางและย้ายจากสถานีหัวลำโพงมารวมอยู่บางซื่อเพียงแห่งเดียว ทั้งการเดินทางสายเหนือ สายตะวันออกและสายใต้
– Smart Business Complex ขนาดพื้นที่ประมาณ 35 ไร่ จัดทำเป็น “ศูนย์กลางธุรกิจครบวงจร” ภายในประกอบ ไปด้วย อาคารสำนักงาน โรงแรม ร้านอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆมากมาย ตั้งอยู่ทางทิศใต้ ของ สถานีกลางบางซื่อ
– ASEAN Commercial and Business Hub ขนาดพื้นที่ประมาณ 78 ไร่ จัดทำเป็น “ย่านพานิชย์แห่งใหม่” ศูนย์รวมค้าปลีกค้าส่งที่สำคัญของประเทศ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของสถานีกลางบางซื่อ
– Smart Healthy and Vibrant Town ขนาดพื้นที่ประมาณ 105 ไร่ จัดทำเป็น “เมืองแห่งความมีชีวิตชีวา” แหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งงานและแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ ตั้งอยู่บนสถานีขนส่งหมอชิต
– World Renowned Garden Interchange Plaza ขนาดพื้นที่ประมาณ 8.7 ไร่ เป็นการเชื่อมโยงระบบ ขนส่งมวลชนหลักเข้าสู่ สถานีกลางบางซื่อ ตั้งอยู่ติดกับตลาดนัดจตุจักร

The Interchange Bang Sue Station-2

รายละเอียด Interchange Bang Sue

 

มองผลกระทบในอนาคต เส้นรถไฟฟ้า Interchange Bang Sue สายสีม่วง และ สายสีน้ำเงิน 

         สถานีเตาปูน Interchange เป็นสถานีสำคัญที่เป็นจุดตัดของรถไฟฟ้า 2 สายคือ รถไฟฟ้าสายสีม่วง (เตาปูน-บางใหญ่) และ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (บางซื่อ-หัวลำโพง) และส่วนต่อขยาย (บางซื่อ-ท่าพระ) ซึ่งจะส่งผลกระทบอะไรบ้าง ดังนี้

  1. การอยู่อาศัยเกาะแนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน (บางซื่อ-ท่าพระ) จะมีความพึงพอใจ เพราะ มีความสะดวกมากกว่าสายสีม่วงเนื่องจากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน เป็นรถไฟฟ้าสายหลักที่ผ่านย่าน CBD ของกรุงเทพมหานคร ทั้งย่านรัชดาภิเษก, อโศก-สุขุมวิท และ สีลม-สาทร ส่วนรถไฟฟ้าสายสีม่วง เป็นเส้น ทางรถไฟฟ้าเกิดขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนที่อยู่อาศัยในจังหวัดนนทบุรี ให้สามารถเชื่อมต่อ กับ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน เข้าสู่ใจกลางเมืองได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น แต่เมื่อส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน บางซื่อ-บางโพ หมายความว่า ในช่วงแรกรถไฟฟ้าสายสีม่วง จะเป็นรถไฟฟ้าสายเดียว ถ้าจะเชื่อมต่อเข้าสู่ ย่านใจกลางเมืองรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (สถานีบางซื่อ) ที่อยู่ห่างไปอีก 1 กิโลเมตร ผู้โดยสารต้องเดิน หรือ นั่งวินมอเตอร์ไซค์เพื่อไปใช้บริการรถไฟฟ้าสถานีบางซื่อนั่นเอง แต่ราคาคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้า สายสีม่วง (เตาปูน – ไทรม้า) เปิดขายกันราคาสูงถึง 80,000 – 130,000 บาทต่อตารางเมตร ไปแล้ว
  2. รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย บางซื่อ-ท่าพระ เป็นการเชื่อมคนกรุงเทพฝั่งธนบุรี เข้าสู่ฝั่งพระนคร ซึ่งโดยมากเป็นกลุ่มคนที่เข้ามาทำงานในย่านศูนย์กลางทางธุรกิจของกรุงเทพฯ แต่ว่าเส้นทางของ รถไฟฟ้า สายสีม่วงเป็นเส้นทางที่เชื่อมคน นนทบุรี ย่านบางใหญ่เข้าสู่กรุงเทพฯตอนเหนือ ซึ่งผู้คนที่พักอาศัย อยู่ย่านนี้ มักจะทำงานอยู่ตามย่านธุรกิจสำคัญๆ เช่น แจ้งวัฒนะ และ งามวงศ์วาน มากกว่าเข้ามา ทำงานในสีลม-สาทร

         สำหรับ ย่าน บางซื่อ – เตาปูน – บางโพ เป็นทำเลอยู่อาศัยดั้งเดิมขนาดใหญ่ ที่เชื่อมต่อกับทั้งย่านธุรกิจพหลโยธิน – วิภาวดี และ สถานที่ราชการที่สำคัญของเมืองไทย ทั้งการไฟฟ้า กรมทางหลวง กระทรวงการคลัง และ กองทัพบก จึงไม่น่าแปลกใจที่หากมีการขยับตัวของโครงสร้างพื้นฐานทั้ง รถไฟฟ้า สะพานข้ามแม่น้ำ และ การขยายถนน จะเปลี่ยนแปลงชุมชนดั้งเดิมแห่งนี้จากที่อยู่อาศัยแนวราบ กลายไปสู่ที่อยู่อาศัยแนวสูงได้อย่างมั่นคง เหมือน ย่าน พหลโยธิน-อารีย์ ได้เช่นกัน

 

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://terrabkk.com/news/

Leave a Reply