ก้าวต่อไป ‘ สิงห์เอสเตท ‘ | สู่พรีเมียมพร็อพเพอร์ตี

29-3370-291x503

นริศ เชยกลิ่น
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สิงห์เอสเตท

หลังการดำเนินธุรกิจมากว่า 3 ปี ของ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) วันนี้ ได้มีโอกาสพูดคุยกับแม่ทัพใหญ่ ‘นริศ เชยกลิ่น’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สิงห์เอสเตท อีกครั้ง ถึงความคืบหน้าและแผนธุรกิจที่ยังคงเดินหน้ามุ่งสู่เป้าการเป็น Premier Property Development & Investment Holding Company โดยปีนี้ สิงห์เอสเตทจะโอนโครงการยูนิตแรกถึงมือลูกค้าในเดือน ต.ค. นี้ พร้อมทั้งวางแผนใหญ่กับการสร้างแบรนด์สิงห์เอสเตทให้เป็นที่รู้จัก พร้อม ๆ กับแผนขยายธุรกิจตามนโยบายด้านความยั่งยืนขององค์กร (Sustainability Development Strategy)

สิงห์เอสเตท

เดินหน้าโอนยูนิตแรก
‘นริศ’ บอกว่า จากโครงการคอนโดมิเนียม ดิ เอส สิงห์คอมเพล็กซ์ อโศก (THE ESSE at SINGHA COMPLEX) ที่สามารถสร้างยอดขายได้กว่า 80% ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือนที่เปิดขาย เดือน ต.ค. นี้ บริษัทจะจัดการโอนยูนิตแรกให้กับลูกค้าตามสัญญา แม้ที่ผ่านมา จะเกิดความล่าช้าไป 2 เดือน เนื่องจากการรออนุมัติ EIA (Environmental Impact Assessment Report) แต่บริษัทยืนยันว่า จะส่งมอบงานให้ลูกค้าภายในเดือน ต.ค. 2561 ซึ่งเป็นกำหนดการเดิม โดยขณะนี้ ฝ่ายก่อสร้างและฝ่ายพัฒนาซึ่งเป็นผู้ตรวจสอบคุณภาพความเรียบร้อยของอาคาร ตอนนี้การก่อสร้างใกล้จบชั้น 53 แล้ว ส่วนชั้นล่าง เริ่มมีการเคลียร์และเก็บงานเตรียมความเรียบร้อยพร้อมให้ลูกค้าเข้ามาตรวจห้องและแก้ไข ทีมทำงานจะมีคู่มือแยกกันทำงานระหว่างฝ่ายก่อสร้างและฝ่ายพัฒนา ที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบความเรียบร้อย ทำหน้าที่เหมือนตัวแทนลูกค้าที่เข้าไปตรวจ

สิงห์เอสเตท

นอกจากนี้ ยังมีโครงการ ดิ เอส สุขุมวิท 36 ที่เปิดขายมาเพียงไม่กี่เดือน สามารถขายได้กว่า 60% แล้ว และอีกหนึ่งโครงการ คือ บ้านเดี่ยวระดับ 6 ดาว ทำเลถนนเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา

การขยายธุรกิจในประเทศ สิงห์เอสเตทมีแผนการเพิ่มทำเลใหม่ ๆ ปีละ 2-3 แห่ง โดยไม่เน้นการปั่นราคาที่ดิน แต่เน้นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่เป็นรายได้ประจำ เป็น Recurring Income มันก็จะค่อนข้างมีความกดดันน้อย เราจะไม่มีชื่อในการซื้อที่ดินราคาแพง เรามั่นใจว่า การหาโลเกชันที่เหมาะสมเป็นเรื่องที่สำคัญ การไปซื้อที่แพงมาก สุดท้ายภาระจะไปตกกับผู้บริโภคโดยไม่จำเป็น โลเกชันที่ดีในกรุงเทพฯ เหลือน้อยมาก

สิงห์เอสเตท

นริศ เชยกลิ่น
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สิงห์เอสเตท

ความคืบหน้าโครงการ ตปท.
สำหรับโครงการที่มัลดีฟส์จะเปิดเฟสแรกปลายปีนี้ กับเมกะโปรเจ็กต์ Emboodhoo Lagoon ที่มัลดีฟส์ ซึ่งเป็นสัญญาเช่าพื้นที่กับรัฐบาล 9 เกาะ ระยะเวลา 50 ปี และสิทธิต่อสัญญาอีก 49 ปี เฟสแรกพัฒนา 3 เกาะ ลงทุน 1.1 หมื่นล้านบาท รูปแบบมิกซ์ยูส ประกอบไปด้วย โรงแรมที่ได้รับความร่วมมือจากฮาร์ดร็อค เข้ามาร่วมพัฒนาธีมโฮเทล เจาะกลุ่มครอบครัวและพื้นที่คอมเมอร์เชียล ซึ่งคาดว่าจะลงทุนครบทั้ง 9 เกาะ ภายในปี 2565 รวมงบลงทุนโปรเจ็กต์มัลดีฟส์ 2 หมื่นล้านบาท โดยปลายปีนี้จะเริ่มเปิดเฟสแรก ส่วนที่อังกฤษ ขณะนี้ เข้าไปลงทุนโรงแรมแล้ว 3,100 ห้อง และจะซื้ออีก 6 แห่ง รวม 800 ห้อง ตั้งเป้าว่า ภายในปี 2563 จะมีทั้งหมด 5,000 ห้อง

ปลายปีนี้ โครงการที่มัลดีฟส์จะเสร็จ 2 เกาะแรก เกาะแรกจะเป็นเกาะใหญ่มีมารีน่า มีอู่จอดเรือ มีบิซิเนสคลับ และมีบีชคลับที่ใหญ่ที่สุดในโลก จากการที่นักลงทุนออสเตรเลียที่ได้แฟรนไชส์มาร่วมลงทุนด้วย นอกจากนี้ ยังมีสปาไทย มีร้านค้า ประมาณ 20 ร้านค้า และมีไดร์ฟเซ็นเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในมัลดีฟส์ มีโรงแรมคล้าย ๆ แอร์พอร์ตโฮเทล

ส่วนแผนการลงทุนจับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ อาทิ ผู้สูงอายุ หรือ ผู้หญิง โดยส่วนตัวยังไม่คิดว่าจำเป็น แต่อาจจะมีการจัดสรรบางโซนสำหรับผู้สูงอายุบางโปรเจ็กต์ โดยจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกประมาณ 2-3 ชั้นด้านล่าง

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Leave a Reply