สวนสยาม ทุ่มงบ 2 พันล้าน สร้าง เมืองบางกอก

สวนสยาม

สวนสยาม ทุ่มงบ 2 พันล้าน สร้าง เมืองบางกอก

             เป็นเวลายาวนานแล้วที่ สวนสยาม แหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนรูปแบบสวนสนุกที่มอบความสุข ให้กับครอบครัวที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 35 ปี แต่ยิ่งเวลาผ่านไปก็ยิ่งมีการแข่งขันมากขึ้น เนื่องด้วยปัจจุบันได้มีสวนน้ำหลายแบรนด์รวมถึงที่มีลิขสิทธิ์ระดับอินเตอร์เข้ามาเปิดในประเทศไทยกระจายตัวอยู่ในหลายๆ จังหวัด ประกอบกับวัยรุ่นและผู้คนในสมัยนี้ได้มีอุปนิสัยและไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวที่แตกต่างไปจากแต่ก่อน จะเห็นได้ว่าในตัวเมืองและตามต่างจังหวัด เริ่มมีสถานที่ท่องเที่ยวเลียนสถาปัตยกรรมต่างชาติให้เหล่าหนุ่มๆสาวๆได้เข้าไปถ่ายรูปสวยๆ ทำให้ สวนสยาม ที่เคยเป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดนิยมและถูกนิยามว่าเป็น ทะเลกรุงเทพ ที่อยู่ใกล้ตัวเมืองเริ่มเงียบเหงาลงไปในที่สุด แต่ล่าสุดนั้น เจ้าของธุรกิจและผู้บริหารสวนสยามนี้เอง มีแผนตั้งใจเนรมิตแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่จะดันสู่การเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของเมืองไทย เพื่อหวังกอบกู้ธุรกิจกลับมารุ่งอีกครั้ง แต่จะถูกใจเหล่านักเที่ยวหรือไม่ แล้วที่นี่จะมีรูปแบบคอนเซ็ปต์อย่างไรนั้น ไปติดตามชมกันได้เลยครับ

              “ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ” เจ้าพ่อสวนสยาม ทิ้งทวนโปรเจ็กต์ยักษ์ก่อนวางมือบริหารหลังหมดหนี้ก้อนโต เตรียมทุ่มงบฯกว่า 2 พันล้านเนรมิต “เมืองบางกอก” ขึ้นแท่นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ด้านการท่องเที่ยวของไทย บนพื้นที่กว่า 70 ไร่บริเวณทางเข้าด้านหน้า สวนสยาม เผยจำลองจุดหมายสำคัญในอดีตของกรุงเทพฯ ทั้งศาลาเฉลิมไทย-ศาลาเฉลิมกรุง-ไชน่าาวน์-บ้านพระอาทิตย์-ตลาดพาหุรัดมารวมไว้ที่เดียวกัน คาดพร้อมเปิดให้บริการได้ในปี”61

              นายไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ ประธานกรรมการ และผู้ก่อตั้งบริษัท สยามพาร์คซิตี้ จำกัด ผู้บริหารสวนสยามทะเล-กรุงเทพฯ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สวนสยาม ตกอยู่ในสภาพขาดทุนและเป็นหนี้สถาบันการเงินและอยู่ในกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้มากว่า 20-30 ปี

               แต่ในปีหน้านี้สวนสนุกแห่งนี้จะหมดภาระหนี้สินจำนวนหลายพันล้านแล้ว ประกอบกับปัจจุบันธุรกิจของสวนสยามมีความแข็งแกร่งพอที่จะรับมือการแข่งขันในระดับอินเตอร์ได้ ตนจึงอยากวางมือจากการบริหารงานสวนสนุกและสวนน้ำแห่งนี้ และให้ลูกทั้ง 3 เข้ามาบริหารงานต่ออย่างแท้จริง

                 นายไชยวัฒน์กล่าวว่า ก่อนวางมืออย่างเป็นทางการ ตนมีแผนลงทุนทิ้งทวนด้วยการสร้างเมืองกรุงเทพฯ ภายใต้ชื่อโครงการเมืองบางกอก หรือ Bangkok City บนพื้นที่กว่า 70 ไร่ บริเวณทางเข้าด้านหน้าสวนสยาม ใช้งบฯลงทุนรวมประมาณ 2,000-2,500 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการออกแบบ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 18 เดือนในการออกแบบ หรือหากออกแบบเสร็จเร็วก็จะลงเสาเข็มได้เร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม คาดว่าขึ้นโครงการได้ราวปลายปี 2560 และเปิดให้บริการได้ประมาณปลายปี 2561

                  “ตอนนี้ผมอายุ 77 ปีแล้ว ปี 2561 ซึ่งเป็นปีที่โครงการเมืองบางกอกแล้วเสร็จผมจะฉลองครบ 80 ปีของตัวเอง และวางมือจากการบริหารงานทั้งหมด แล้วปล่อยให้ลูก ๆ บริหารงานต่อ บางคนถามผมว่าเห็นบอกว่าจะวางมือมาตั้งนานแล้ว ทำไมยังทำอยู่ ผมบอกเลยว่าแม้ว่าลูก ๆ จะเรียนจบจากต่างประเทศมา แต่พวกเขายังขาดประสบการณ์ ผมจึงยังต้องอยู่เป็นพี่เลี้ยงให้ แต่ตอนนี้พวกเขาแข็งแรงและมีประสบการณ์กันแล้ว” นายไชยวัฒน์กล่าว

               นายไชยวัฒน์กล่าวด้วยว่า โครงการเมืองบางกอก จะเป็นเหมือนเมืองจำลองของกรุงเทพมหานคร ภายในโครงการกว่า 70 ไร่นั้น จะประกอบด้วยพื้นที่หลัก 12 ส่วน อาทิ อาคารศาลาเฉลิมกรุง เป็นพื้นที่ขายอาหารและขนมโบราณ

อาคารไชน่าทาวน์ หรือตึกเยาวราช เป็นโซนขายอาหารจีนขึ้นชื่อจากเยาวราชมารวมกันอยู่ที่นี่

อาคารพาหุรัด อาคารคลองถม อาคารสำเพ็ง ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับขายเสื้อผ้า และสินค้าเหมือนที่คลองถม สำเพ็ง อาคารศาลาเฉลิมไทย สำหรับเป็นพื้นที่จัดประชุม สัมมนา และออกกำลังกาย

อาคารบ้านพระอาทิตย์ พื้นที่สำหรับขายหนังสือและเครื่องดนตรีเก่า ของหายาก

อาคารป้อมพระสุเมรุ ซึ่งจะเป็นสถานที่ให้นักท่องเที่ยวและผู้มาเยือนขึ้นไปถ่ายรูปวิวกรุงเทพฯ อาคารห้างบีกิม พื้นที่ขายสินค้าไอทีทุกชนิด ฯลฯ

             นอกจากนี้ยังจำลองอาคารกรมประชาสัมพันธ์หลังเดิมเป็นห้างสรรพสินค้า จำนวน 3 ชั้น ชั้นบนสุดจำหน่ายสินค้าหรู ชั้น 1-2 จะมีซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านอาหารต่าง ๆ และหากยังมีพื้นที่เหลือจะสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์กรุงเทพฯ

            สำหรับให้คนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาศึกษา เรียนรู้ข้อมูล ความเป็นมา และองค์ความรู้ต่าง ๆ ของกรุงเทพฯในยุคแรก พร้อมทั้งประวัติความเป็นมาของอาคารต่าง ๆ ที่ได้จำลองขึ้น พร้อมมีคำบรรยายเป็นภาษาต่าง ๆ ในอาเซียนด้วย

           “โครงการนี้เราปรับแผนมาจากโครงการซิตี้วอล์คเดิมที่จะเป็นโมเดลห้างสรรพสินค้า แต่ผมมองว่าในกรุงเทพฯมีห้างใหม่ ๆ เกิดขึ้นเยอะมาก เลยปรับแผนการลงทุนมาเป็นเมืองบางกอก ซึ่งผมเองคิดโครงการนี้มาประมาณ 2 ปีแล้ว

           แต่ที่ผ่านมาสภาพเศรษฐกิจยังไม่เอื้อ และเราก็ยังคงมีภาระหนี้ที่ต้องชำระกับสถาบันการเงินอยู่ ถึงตอนนี้ผมว่าเรามีความพร้อมระดับหนึ่งแล้วในการก้าวต่อไปข้างหน้า” นายไชยวัฒน์กล่าว

สำหรับแนวทางการลงทุนนั้น นายไชยวัฒน์กล่าวว่า ขณะนี้มองไว้ 2 แนวทางคือ

1.ระดมเงินทุนจากการนำสวนสยามเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งประเด็นนี้ทางสวนสยามได้เตรียมความพร้อมมาหลายปีแล้ว และ

2.นำที่ดินกว่า 300 ไร่ของสวนสยามไปค้ำประกันเงินกู้จากสถาบันการเงิน

              ซึ่งขณะนี้ก็มีธนาคารบางแห่งเข้ามาพูดคุยและเสนอเงื่อนไขให้กู้แล้ว ส่วนจะเลือกแนวทางไหนนั้นคงสรุปอีกครั้งในปีหน้า ขณะเดียวกันก็ยังเปิดกว้างหาพันธมิตรเข้ามาเป็นผู้ร่วมทุนด้วยเช่นกัน โดยคาดว่าโครงการดังกล่าวนี้จะใช้เวลาคืนทุนไม่เกิน 10 ปี

                 นายไชยวัฒน์กล่าวต่อไปอีกว่า โครงการดังกล่าวนี้จะทำให้คนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถเดินทางมาเที่ยวสวนสยามและรู้จักกรุงเทพฯได้ภายในเพียงแค่ 1 วันเท่านั้น อีกทั้งยังเชื่อมั่นว่าทันทีที่เมืองบางกอกเปิดให้บริการจะเป็นโครงการใหม่ที่เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ด้านการท่องเที่ยวของกรุงเทพฯ และของประเทศไทยอีกแห่งหนึ่งแน่นอน

              “ผมจะทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเมืองไทยต้องมาเที่ยวที่สวนสยามและเมืองบางกอก เหมือนกับคนไทยที่เวลาไปเที่ยวญี่ปุ่น, ฮ่องกง หรืออเมริกาต้องไปที่ดิสนีย์แลนด์ หรือไปสิงคโปร์ต้องไปยูนิเวอร์แซล ผมจึงมั่นใจว่าโครงการเมืองบางกอกจะช่วยต่อยอดสวนสยามได้อีกทางหนึ่งด้วย” นายไชยวัฒน์กล่าว

 

ที่มา:  ประชาชาติธุรกิจ

Leave a Reply