[รีวิว] RHYTHM EKKAMAI ESTATE คอนโดมิติใหม่ อบอุ่นเหมือนอยู่บ้านหรูใจกลางเอกมัย

RHYTHM EKKAMAI ESTATE

เชื่อว่าหลายคนมีความฝันอยากจะมีบ้านอยู่ใจกลางเมืองบนทำเลสุขุมวิท โดยเฉพาะในย่านทองหล่อ-เอกมัย ซึ่งเป็นทำเลยอดนิยมของสุขุมวิทตอนกลาง ที่นับวันยิ่งทวีมูลค่าที่ดินและพัฒนาโครงการไปไกลถึงระดับ Super Luxury และยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดของกลุ่มลูกค้าระดับบนมาอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้ถือเป็นการกลับมาอีกครั้งของคอนโดมิเนียมแบรนด์ RHYTHM หลังจากหายหน้าหายตาไปถึง 3 ปี นับจาก RHYTHM EKKAMAI ที่คราวนี้ เอพี ยังคงตอกย้ำความร้อนแรงบนทำเลเอกมัยอีกครั้ง กับการเปิดตัวโครงการใหม่ในชื่อ ‘RHYTHM EKKAMAI ESTATE’ ที่ได้มีการพัฒนาการจัดวางโครงสร้างอาคารรูปแบบใหม่ รวมถึงงานสถาปัตยกรรมทั้งภายนอกและภายในที่ไม่เคยมีที่ไหนทำมาก่อน ตั้งแต่ดีไซน์ façade ฟังก์ชั่นภายในห้องที่เน้นความลงตัว และพื้นที่ส่วนกลาง ที่ออกแบบมาอย่างหรูหราและพิถีพิถัน สร้างความภาคภูมิใจแก่ผู้อยู่อาศัย เพื่อสร้างมิติใหม่ของการใช้ชีวิตบนคอนโด แต่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านหรูใจกลางเอกมัย โดยจะเปิดจองครั้งแรกที่งาน Vertical World ชั้น 1 แฟชั่นฮอลล์ สยามพารากอน วันที่ 21-24 มี.ค.นี้ แต่ก่อนอื่นเรามาดูกันว่า RHYTHM EKKAMAI ESTATE จะนำเสนอในรูปแบบโครงการออกมาว้าวอย่างไรบ้าง

“เอกมัย” ย่านฮิตติดชาร์ท ที่สุดของทำเลคุณภาพที่ใครก็อยากอยู่อาศัย

ถนนสุขุมวิท 63 หรือที่เรียกติดปากกันว่าซอยเอกมัย จัดเป็นทำเลหนึ่งที่ได้รับความนิยม รองมาจากย่านทองหล่อ ด้วยความที่เป็นซอยคู่ขนาน มีความเชื่อมต่อกัน อีกทั้งยังจัดเป็นทำเลทองของย่านธุรกิจ มีการเติบโตของที่อยู่อาศัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่องมาตลอด และยังเป็นทำเลที่กลุ่ม Expat ระดับบน นิยมอยู่อาศัยกันเป็นจำนวนมาก ด้วยความที่เป็นย่านที่มีความคล่องตัวทั้งการอยู่อาศัย การใช้ชีวิต เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร อีกทั้งยังเป็นโซนแหล่งความบันเทิงที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ เดินทางเข้า-ออกเมืองก็สะดวก ส่งผลให้เอกมัย-ทองหล่อเป็นทำเลที่ได้รับความสนใจและเป็นที่ต้องการในเรื่องที่อยู่อาศัยจากทั้งนักลงทุนชาวไทยและชาวต่างชาติอยู่เสมอ

ปัจจุบันที่ดินแปลงสวยๆ ในทองหล่อ โดยเฉพาะช่วงต้นซอยเริ่มมีน้อยลง บวกกับราคาที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้การพัฒนาโปรเจคและโครงการต่างๆ เริ่มขยับมาสู่เอกมัยมากขึ้น อย่างล่าสุด ดองกิโฮเต้ ศูนย์การค้าแฟรนไชรส์ขนาดใหญ่จากประเทศญี่ปุ่นที่เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อปลายเดือนกุมภา ก็เลือกเปิดตลาดบนย่านเอกมัยเป็นที่แรก หากมองตามความคึกคักของซอยเอกมัยในปัจจุบัน จะแบ่งได้เป็น 3 ช่วง คือ ช่วงต้นซอย ติดกับ ถ.สุขุมวิท ช่วงกลาง บริเวณทองหล่อ ซอย 10 หรือ เอกมัยซอย 5 และช่วงท้ายซอย ฝั่งที่ใกล้กับ ถ.เพชรบุรี โดยเอกมัยช่วงต้นซอย จะมีจุดเด่นเรื่อง Community Mall และระบบขนส่งมวลชน ส่วนช่วงกลางซอยถึงท้ายซอย จะโดดเด่นเรื่องแหล่งกินเที่ยวดื่ม แม้ปัจจุบันย่านทองหล่อ-เอกมัยจะมีราคาสูงมาก แต่ก็ยังมีนักลงทุนและผู้อยู่อาศัยหลายรายที่ต้องการเข้ามาจับจองพื้นที่ในย่านนี้อย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าในอนาคตทำเลย่านนี้จะต้องมีราคาสูงขึ้นไปกว่านี้อีกอย่างแน่นอน ด้วยบรรยากาศและความคึกคักที่ไม่เหมือนใคร ตอบโจทย์วิถีชีวิตและไลฟ์สไตล์แบบคนเมืองอย่างที่หาที่ไหนไม่ได้ เรียกได้ว่าทำเลทองหล่อ–เอกมัยนี้เป็นทำเลที่คนอยากอยู่มากที่สุดจริงๆ

เอกมัย เป็นทำเลที่โดดเด่นเรื่องแหล่งไลฟ์สไตล์ มีความอุดมสมบูรณ์ หาของกินของใช้ได้ง่าย ในซอยเอกมัยมีร้านอาหารนานาชาติอร่อยและชื่อดังอยู่หลายร้านที่เปิดกลางวันและกลางคืน ทั้งสไตล์ญี่ปุ่น ไทย เกาหลี และฝรั่ง ไล่ตั้งแต่ช่วงหน้าปากซอยก็จะมีทั้งห้าง Gateway, Major Cineplex เอกมัย ภายในมีร้านอาหาร ลานไอซ์สเกต และโรงหนัง ถัดเข้ามาอีกหน่อยก็จะเป็น Park Lane ภายในมี Max Value 24 ชั่วโมง, ร้านอาหาร, คาเฟ่, ร้านขายของแฟชั่น ถัดเข้ามาช่วงกลางซอย จะมี Big C และ Index Living Mall จนถึงช่วงสี่แยกเอกมัย ซอย 5 หรือทองหล่อ ซอย 10 ก็จะเป็นโซนของที่อยู่อาศัย และแหล่งไลฟ์สไตล์ มีสถานที่ที่ให้ออกมา Hangout ทั้งผับ ร้านอาหารประเภท Bar & Restaurants อยู่เยอะทีเดียว ร้านที่ขึ้นชื่อก็มีทั้งร้าน นั่งเล่น-เอสโคบาร์, DND, THAY, Demo และร้านอาหารอื่นๆ ที่รวมกันอยู่ใน Arena 10 และเวิ้งโบราณ นอกจากนี้ ดองกี้มอลล์ ร้านค้าปลอดภาษีชื่อดังจากญี่ปุ่น ก็อยู่ในซอยเส้นนี้อีกด้วย ส่วนทางฝั่งซอยเอกมัย 12 ที่ตัดไปออกซอยสุขุมวิท 71 ในซอยก็มีร้านอาหาร ร้านกาแฟดีๆ อยู่หลายร้าน หรือหากต้องการจะไปช้อปปิ้ง ทานอาหาร ดูหนัง หรือเล่นฟิตเนส ในห้างใหญ่ขึ้นมาหน่อย จากซอยเอกมัยสามารถขับรถทะลุทองหล่อ แล้วลัดเลาะไปตามซอกซอย ก็จะเข้าห้าง Emquartier จากทางด้านหลังได้เลย หรือจะใช้รถไฟฟ้า BTS นั่งไปลงสถานีพร้อมพงษ์ ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียง 2 สถานี ก็จะถึง Em District ได้เช่นกัน
 
นอกจากนี้ ในบริเวณละแวกใกล้เคียงซอยเอกมัย ยังมีสถาบันการศึกษาคุณภาพและโรงเรียนนานาชาติชื่อดังอย่าง โรงเรียนนานาชาติเอกมัย, โรงเรียนแอ๊ดเวนตีสเอกมัย, โรงเรียนอนุบาลนานาชาติ OISCA, Saint Andrew’s สุขุมวิท 71 และเอกมัย, Annabel’s Nursery, โรงเรียนศรีวิกรม์ และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล้วยน้ำไท อีกทั้งยังใกล้สถานพยาบาลอีกด้วย ตั้งแต่โรงพยาบาลสุขุมวิท จนไปถึงโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ช่วยเพิ่มความอุ่นใจยามเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ

ที่ตั้งโครงการ และความสะดวกสบายในการเลือกเดินทาง

DSC_2705

โครงการ RHYTHM EKKAMAI ESTATE ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่ ตรงซอยเอกมัย 1 ตรงข้ามเวิ้งโบราณ เยื้อง Heathland หรือใจกลางเอกมัย ใกล้จุดตัดซอยลัด ทองหล่อ 10 (เอกมัย 5) ที่เชื่อมจากถนนทองหล่อมายังสี่แยกตรงร้านนั่งเล่น-เอสโคบาร์

สำหรับคนที่เดินทางโดยใช้รถยนต์ส่วนตัว หากขับรถมาตามถนนเส้นสุขุมวิทฝั่งขาออก ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยสุขุมวิท 63 ตรง Major เอกมัย แล้วตรงมาตามทางอีกประมาณ 1.2 กิโลเมตร ใช้เวลาเพียง 2 นาที ก็จะถึงตัวโครงการ เลยเอกมัย ซอย 1 แล้วเลี้ยวซ้ายเลย หรือ (จุดสังเกต Health Land ฝั่งขวามือ)
อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนใช้รถสาธารณะ
สามารถใช้รถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีเอกมัย แล้วเดินย้อนขึ้นมาที่ปากซอยสุขุมวิท 63 จะมีทั้งวินมอเตอร์ไซค์, รถโดยสายขนาดเล็ก, รถเมล์ และรถแท็กซี่ ซึ่งมีให้บริการตลอดทั้งเส้น

MAP_Rhythm_estate_Hires2
                หากพูดถึงเรื่องความสะดวกในการเดินทาง ถนนเส้นนี้เป็นซอยที่เชื่อมตรงถนนสุขุมวิท เเละถนนเพชรบุรีเข้าด้วยกัน สามารถเข้าได้จากถนนใหญ่ 2 เส้นทาง และยังมีเส้นทางลัดภายในซอยอยู่อีกมากมาย ช่วยย่นระยะการเดินทางได้เป็นอย่างดี สามารถลัดเลาะไปออกถนนทองหล่อ(สุขุมวิท 55) โดยขับออกไปทางซอยเอกมัย 5 (ซอยทองหล่อ 10) ที่ใกล้กับตัวโครงการมากๆ หรือจะออกไปถนนปรีดีพนมยงค์ (สุขุมวิท 71) ที่คู่ขนาน จากซอยเอกมัย 10 และ 12 ฝั่งตรงข้ามก็ได้เช่นกัน หรือหากต้องการเข้าเมืองทางถนนพระราม 4 ก็จะมีซอยฝั่งตรงข้ามอย่างซอยสุขุมวิท 36 และ 40 สามารถใช้เป็นถนนเชื่อมไปออกพระราม 4 ได้ ส่วนซอยสุขุมวิท  42 สามารถใช้เชื่อมจากถนนพระราม 4 เข้ามายังถนนสุขุมวิท และเลี้ยวเข้ามาซอยเอกมัยได้ และหากตรงไปท้ายซอยก็สามารถทะลุออก ถนนเพชรบุรี, พระราม 9, ถนนประดิษฐ์มนูธรรม, เลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา ส่วนในช่วงเวลาเร่งด่วนสามารถเลือกใช้ทางด่วนใกล้ๆ ได้ถึง 2 สาย ได้แก่ ทางด่วนฉลองรัช และทางด่วนศรีรัช

นิยามใหม่ของการใช้ชีวิตใจกลางเอกมัย ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน

home

โครงการ RHYTHM EKKAMAI ESTATE เป็นคอนโดขนาด High Rise ในกลุ่ม Upper High-End จำนวน 1 อาคาร จำนวน 303 ยูนิต บนที่ดิน 2-0-84.1 ไร่ สำหรับแนวคิดการออกแบบโครงการ คือ “THE NEW RESIDENTIAL EXPERIENCE” แม้จะอยู่คอนโดใจกลางเมือง แต่ต้องรู้สึกว่าเหมือนได้อยู่บ้าน หรือ “FEEL LIKE HOME” นั่นเอง ลองนึกภาพบ้านใจกลางกรุงเทพฯ สมัยก่อน ที่ปัจจุบันก็ยังคงมีให้เราเห็นอยู่บ้าง บ้านที่มีลักษณะเป็นบ้านจั่วสองชั้น มีเฉลียงรอบด้าน ทุกมุมมีเสาขนาดใหญ่รองรับชายคาเรียงตัวกันเป็นจังหวะ ผนังส่วนใหญ่เป็นผนังไม้ตีซ้อนเกล็ด สลับกับผนังปูน ลักษณะของหน้าต่างกับประตูมีความสมมาตร และถูกจัดวางในแนวเดียวกัน มีช่องเปิดรับลมและแสงธรรมชาติอยู่ทุกมุมบ้าน เชื่อมโยงกับสวนภายนอกบ้านที่มีบรรยากาศร่มรื่น สบายๆ มีชานบ้านที่สามารถเดินออกมาจากห้องนั่งเล่น ไว้เดินชมสวน ชมสระน้ำด้านนอกได้ เป็นบ้านในอุดมคติหรือในฝันของใครหลายๆ คน ซึ่งทุกวันนี้เป็นสิ่งหาได้ยากหรือแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะปลูกบ้านหลังใหม่บนพื้นที่ดินใจกลางเมือง ทำให้เกิดเป็นคอนเซ็ปต์การออกแบบองค์ประกอบต่างๆ ของโครงการให้รู้สึกเหมือนอยู่บ้านมากที่สุด โดย Mood & Tone จะเน้นใช้โทนสีเขียว น้ำตาล เทาในการออกแบบ สามารถดูตัวอย่างได้จากภาพของสำนักขาย ในขณะที่คอนโดยุคใหม่พยายามออกแบบให้เกิดความรู้สึกเหมือนอยู่โรงแรมหรู

DSC_2596

DSC_2568

ดังนั้น ที่ RHYTHM EKKAMAI ESTATE เราจะได้พบกับไฮไลท์การออกแบบใหม่ๆ ตั้งแต่ Multi-Storey & Floating Lobby 7 ชั้น จนไปถึง Chamchuri Outdoor Terrace ที่ให้อารมณ์เหมือนชานบ้าน และการดีไซน์พื้นที่สีเขียวรอบโครงการ ที่รวมต้นไม้ใหญ่เดิมอายุกว่า 50 ปี พร้อมพื้นที่ส่วนกลางรวมกว่า 4,800 ตารางเมตร และยังเป็นครั้งแรกของ RHYTHM กับ Sky Villa ยูนิตพิเศษพร้อมทางเข้าผ่านสวนส่วนตัว

feel

เห็นได้ชัดว่า RHYTHM ตัวนี้จะมีความแตกต่างจากตัวก่อนๆ อย่างสิ้นเชิง สะท้อนให้เห็นถึง Insight ของคนเมืองต่อการดำเนินชีวิตที่แท้จริงในปัจจุบัน ที่นอกจากต้องการใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยสีสันความหลากหลายในด้านไลฟ์สไตล์แล้ว ยังต้องการใช้ชีวิตที่เป็นส่วนตัวด้วย ในขณะเดียวกันก็ได้ใช้ชีวิตอยู่ศูนย์กลาง เชื่อมต่อทุกการเดินทางและสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมสรรพ

อลังการไปกับพื้นที่ส่วนกลางสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เหนือระดับในทุกตารางเมตร

hero5555

หากกำลังมองหาคอนโดที่มีพื้นที่ส่วนกลางที่ตอบโจทย์ได้ครบครัน ที่ RHYTHM EKKAMAI ESTATE ถือเป็นอีกหนึ่งความน่าสนใจของการออกแบบ Facility ที่ไม่ได้มีดีเพียงแค่ความใหญ่หรือความอลังการเท่านั้น แต่พื้นที่ส่วนกลางของที่นี่ยังให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน โดยเป็น Common Area ที่ให้ความรู้สึกเป็นพื้นที่หัวใจหลักของบ้าน เป็นจุดศูนย์รวมของคนภายในบ้าน เชื่อมโยงให้คนทุกรุ่นได้ใช้เวลาทำกิจกรรมร่วมกัน เสมือนทำหน้าที่ช่วยสร้างปฏิสัมพันธ์ภายในครอบครัวผู้พักอาศัย ที่ยังคงมอบความสบาย สงบเป็นส่วนตัวไปด้วยในเวลาเดียวกัน  โดยพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่สีเขียวของโครงการเรียกได้ว่าใหญ่เอามากๆ ทั้งโครงการนี้มีพื้นที่สีเขียวมากถึง 3,400 ตร.ม. บวกกับพื้นที่ส่วนกลางอีก 1,400 ตร.ม. รวมเป็นพื้นที่ทั้งหมดมากถึง 4,800 ตารางเมตร หรือประมาณ 3 ไร่ ซึ่งถือว่าใหญ่กว่าที่ดินของโครงการ หากเทียบสัดส่วนกับที่ดินแล้ว Land Area : Facilities = 1 : 1.3 เลยทีเดียว หรือ โดยจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ Facilities ชั้น 1-7 และ Triplex Rooftop Facilities ด้านบนอีก 3 ชั้น

ชั้น 1 : Welcome Foyer, Feature Mail Room, Shop, Public Restroom, Juristic Person Office, Control Room, Generator Room, MDB Room, Parking Area

ชั้น 2-6 : Multi-Storey (Social Zone & Quite Zone), Parking Area

ชั้น 7 : Feature Grand Lobby, Tea Pavillion, Flexible Lobby, Theater Pavillion, Garden, Sunken Seat, Residential units

ชั้น 8-30 : Residential Units

ชั้น 31-32 : Swimming Pool, Pocket Deck, Sky Lounge, Sky Fitness, Sky Wellness Spa

Rooftop : Garden

Model

เริ่มจากบริเวณหน้าโครงการ ที่เน้นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่เป็นหลัก โดยทางโครงการก็ยังได้อนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่เก่าแก่ที่อยู่บนพื้นที่ดินเดิมเอาไว้อยู่หลายต้น เมื่อรวมกับต้นไม้ใหญ่บนถนนฝั่งตรงข้าม จะทำให้ด้านหน้าโครงการมีความเขียวชะอุ่ม ร่มรื่นเอามากๆ โดยจากหน้าถนนเอกมัยถึงตัวอาคารมีระยะ Setback อยู่ที่ 20 เมตร ส่วนด้านหลังจากอาคารถึงรั้วประมาณ 10 เมตร

maingate_3_low

 

ในส่วนของตัวอาคาร ช่วง 7 ชั้นแรกจะมีลักษณะเป็น Multi-Storey หรือ Vertical Lobby ขนาดใหญ่ มีพื้นที่ส่วนกลางแบ่งเป็นห้องๆ ทั้งแบบ Social Zone และ Quiet Zone เพื่อรองรับการใช้งานทั้งแบบหมู่คณะและแบบเป็นส่วนตัว

Hi-res-SMulti stories-wing left-01 (1)_low

Hi-res-SMulti stories-wing left-02_low

นอกจากนี้ ผนังโดยรอบยังเป็นกระจกสูงเพื่อเปิดมุมมองรับพื้นที่สีเขียวจากภายนอกเชื่อมต่อเข้ามาถึงภายในอาคาร ให้อารมณ์เหมือนออกมานั่งเล่น นั่งทำงาน พร้อมชมวิวสวนหน้าบ้านนั่นเอง

GF garden-rv4_low

ด้านนอกก็จะมีมุมนั่งพักผ่อน Chamchuri Outdoor Terrace ตรงสวนหย่อมด้วยเช่นกัน เพื่อให้ผู้พักอาศัยได้ใกล้ชิดกับพื้นที่สีเขียวมากที่สุด

เมื่อเข้าไปยังด้านใน เราจะพบกับ Welcome Foyer & Transition Space ซึ่งจะถูกตกแต่งภายในให้อารมณ์เหมือนบ้านไม้ด้วยการกรุผนังและเพดานด้วยงานไม้ ให้บรรยากาศอบอุ่นและดูหรูหราทันสมัยไปพร้อมๆกัน ด้านในจะเป็น Mail Box Room แบบเพดานสูง ซึ่งจะเปิดรับแสงธรรมชาติจากสวนด้านหลังโครงการด้วย โดยปกติชั้นแรกของคอนโดทั่วๆไปจะออกแบบมาให้เป็นส่วนของ Lobby แต่จาก Insight ของผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่มองว่าเป็นพื้นที่ที่ไม่ค่อยถูกใช้งานจริง อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่ไม่ค่อยเป็นส่วนตัวเท่าไหร่นัก ทางโครงการจึงออกแบบ Lobby ให้ไปอยู่ในส่วนอื่นแทน

01

 

เมื่อขึ้นมาบนชั้น 2-6 จะเป็นในส่วนของ Multi-Storey – Social & Quiet Zone โดยแบ่งเป็นห้องๆ แบบเล่นระดับ แต่ละห้องก็มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่แตกต่างกันไปคนละแบบ เพื่อกระจายพื้นที่ส่วนกลางออกจากกันให้เกิดความเป็นส่วนตัวในการใช้งาน อีกทั้งยังเป็นห้องเพดานสูง ให้ความโปร่งโล่ง ผนังด้านข้างยังได้รับแสงธรรมชาติ เปิดรับทัศนียภาพสวนด้านนอกแบบเต็มที่ แต่ละชั้นสามารถขึ้นมาโดยใช้ลิฟท์ด้านในหรือจะใช้บันไดด้านนอกก็ได้เช่นกัน ส่วนลิฟท์ในส่วนของ Residential Units มีทั้งหมด 3 ตัว (และมีลิฟท์เซอร์วิสแยก 1 ตัว) โดยจะออกแบบให้รู้สึกเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยประตูลิฟท์แต่ละตัวจะไม่หันหน้าปะทะเข้าหากัน ทำให้เวลาขึ้น-ลงลูกบ้านจะได้ไม่รู้สึกเหมือนถูกจ้องมอง

Garden6F-rv4_low

เมื่อขึ้นมาบนชั้น 7 จะเจอกับ Floating Lobby ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ โดยจะมีพื้นที่สวนเล่นระดับ พร้อม Water Feature เป็นธารน้ำไหล

Tea saloon_rv3_low

ลานด้านนอกที่เชื่อมต่อกับพื้นสวนเล่นระดับคือส่วนของ ชานบ้าน เป็นพื้นที่นั่งพักผ่อนแบบ Outdoor สำหรับนั่งเล่น นั่งพักผ่อน ในบรรยากาศใต้ร่มไม้ ฟังเสียงน้ำไหลที่ชวนผ่อนคลายและสงบ

E2_PERSPECTIVE_FINAL_620216 (5)_low

E2_PERSPECTIVE_FINAL_620216 (4)_low

ส่วนด้านในอาคารก็จะเป็น Feature Lobby หรือห้องรับรองที่มีโต๊ะนั่ง และชุดโซฟารับแขก ในลักษณะ Semi Outdoor เนื่องจากด้านหนึ่งดีไซน์ของประตูจะเป็นลักษณะบานเฟี้ยม เมื่อเปิดไว้จะให้บรรยากาศแบบ Open Air รับลมเย็นสบายๆ โกรกเข้ามาตลอดทั้งวัน และยังสามารถมองผ่านผนังกระจกเห็นวิวทิวทัศน์ของสวนหน้าอาคาร และบรรยากาศของชานบ้านด้านข้างได้อย่างเต็มตา

E2_PERSPECTIVE_FINAL_620216 (2)_low

E2_PERSPECTIVE_FINAL_620216 (1)_low

ด้านในมีห้อง Tea Pavillion ที่เป็นเหมือนห้องรับแขกขนาดใหญ่ แต่จะได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

E2_PERSPECTIVE_620204 (6)

E2_PERSPECTIVE_FINAL_620216 (6)_low

สำหรับใครที่ชอบดูหนังบนจอใหญ่ๆ ก็ยังมีห้อง Theatre Pavillion สามารถใช้มานั่งพักผ่อน เปิดจอชมภาพยนต์หรือ Netflix เรื่องโปรดก็ได้

pool_3_low

ในส่วนของชั้น 31-Roof จะเป็นส่วนของ Triplex Rooftop Facilities ที่ออกแบบให้เป็นส่วนกลางชมวิวแบบ 360 องศา

AR-A2-26_ผังพื้นชั้น 31

Sunken_rv3_low

เริ่มจากชั้น 31 เป็นสระว่ายน้ำ Infinity-Edge Pool ที่สามารถว่ายได้รอบอาคารแบบ 360 องศา ระยะทาง 1 รอบ รวมความยาวได้มากถึง 92 เมตร

Cave_rv2_low

บางส่วนของพื้นสระยังเป็น Aquarium Tunnel ซึ่งข้างใต้จะเป็นอุโมงค์ทางเดินจากชั้น 31 ที่สะท้อนเงาน้ำระยิบระยับ เพื่อเดินขึ้นมายังชั้นสระว่ายน้ำด้านบนนี่เอง

Deck-rv4_low

ตามริมขอบรอบอาคาร ยังมีมุมให้นั่งพักผ่อนทั้งแบบ Sunset Terrace, Step Forest Garden และ Honeymoon Seat Sunken ให้มานั่งดื่มด่ำชมวิวมองทะลุผ่านผนังกระจกใสสู่วิวพาโนรามากว้างๆ ได้บรรยากาศของเมืองกรุงเทพฯ ที่แตกต่างไม่เหมือนที่ไหน เท่านั้นยังไม่พอ ที่นี่ยังคงมี Observation Deck จุดชมวิวพื้นกระจกใสที่ยื่นออกไปนอกตัวอาคารอีกด้วย

AR-A2-27_ผังพื้นชั้น 32

Hi-res-Sky lounge_low

สำหรับชั้น 32 ก็จะมีหลายฟังก์ชั่นหน่อย เริ่มจากส่วนของ Sky Lounge ที่มีให้ 2 ห้อง ลูกบ้านสามารถขึ้นมาใช้จัดปาร์ตี้สังสรรค์ หรืองานเลี้ยงขนาดย่อมๆ ได้ โดยในห้องก็จะมีโต๊ะบาร์สำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่มและอาหารไว้ให้อีกด้วย

E2_PERSPECTIVE_FINAL_620216 (7)_low

ถัดมาในส่วนของ Sky Fitness ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือโซน  Active ที่ครบครันด้วยเครื่องออกกำลังกายทั้งCardio และ Weight Training ส่วนโซน Private เตรียมไว้เพื่อรองรับการใช้งานกรณีที่ลูกบ้านคนไหนอยากใช้พื้นที่เป็นห้องซ้อมเต้น เล่นโยคะ หรือบอดี้เวทเทรนนิ่งกับโค้ชส่วนตัว

E2_PERSPECTIVE_FINAL_620216 (8)_low

พร้อมตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนที่ชื่นชอบการผ่อนคลายร่างกายและจิตใจจากความเหนื่อยล้า ที่นี่ยังมีส่วนของ Sky Wellness ที่ให้คุณได้มีสปาส่วนตัว ภายในมีทั้ง Steam, Sauna และที่สำคัญยังมีบ่อแช่ Whirlpool massage แยกชาย-หญิง ในรูปแบบ White ion bath ที่มีคุณสมบัติช่วยผ่อนคลายร่างกายและดูแลสุขภาพผิว สามารถมานอนแช่สบายๆ และชมวิวเมืองไปพร้อมๆ กัน

crownRoof_rv2_low

นอกจากนั้น บนชั้น Rooftop จะเป็นส่วนของพื้นที่สวน Crown Garden ซึ่งมีมุมนั่งพักผ่อนไว้ชมวิว 360 องศาอีกด้วย

การออกแบบที่พักอาศัยคุณภาพระดับ SUPER LUXURY สะดวกสบายเสมือนอยู่บ้านอย่างแท้จริง

RHYTHM EKKAMAI ESTATE เป็นคอนโดรูปแบบอาคาร High Rise 32 ชั้น ที่ดิน 2 – 0 – 84.1 ไร่ มีจำนวนห้องชุด 303 ยูนิต + 1 ร้านค้า ในส่วนของ Residential units จะเริ่มตั้งแต่ชั้น 8-30 ด้านการออกแบบ Unit layout ก็โดดเด่นด้วยเช่นกัน ทาง AP ได้ให้ความสำคัญกับการออกแบบห้องเพื่ออยู่อาศัยที่เหนือระดับมากขึ้น โดยใส่ใจรายละเอียด กล้าที่จะแตกต่างเพื่อพลิกโฉมรูปแบบห้องเดิมๆ ในวงการที่อยู่อาศัยในขณะนี้ ซึ่งมีทั้งหมด 6 แบบ โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 185,000 บาท / ตร.ม. และเฉลี่ยทั้งโครงการอยู่ที่ประมาณ 210,000 บาท / ตร.ม.

  • 1 Bedroom ขนาดพื้นที่ใช้สอย 35 ตารางเมตร
  • 1 Bedroom Plus ขนาดพื้นที่ใช้สอย5 – 40 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms ขนาดพื้นที่ใช้สอย 74.5 – 86.5 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms Duplex ขนาดพื้นที่ใช้สอย 64 – 129.5 ตร.ม.
  • Sky Villa ขนาดพื้นที่ใช้สอย 109 – 121 ตร.ม.
  • Penthouse ขนาดพื้นที่ใช้สอย 100 – 177 ตร.ม.

สำหรับห้องตัวอย่างของโครงการ มีให้ชมเพียงแบบเดียว คือห้อง 2 Bedrooms ขนาด 81.5 ตร.ม. โดยโครงการนี้จะขายแบบ Fully Fitted เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่จัดไว้เป็นเพียง Inspiration เท่านั้น ไม่ได้ให้ทั้งหมด ส่วนเฟอร์นิเจอร์และวัสดุอุปกรณ์ที่จะได้เหมือนแบบในห้องตัวอย่าง คือ แอร์ ชุด Pantry ครัว พร้อมเตาไฟฟ้าเครื่องดูดควัน และไมโครเวฟแบบฝัง และชุดสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำ

DSC_2575

ห้องตัวอย่างแบบ 2 ห้องนอน ที่เน้นการวาง Layout ให้เหมือนบ้าน ด้วยพื้นที่ Living Area ขนาดใหญ่ และเชื่อมต่อกับ Open Kitchen และ Dining Area ความสูงของ Floor to Ceiling อยู่ที่ 2.8 เมตร ส่วนห้องน้ำอยู่ที่ 2.6 เมตร (เป็นแบบสำเร็จรูป) ทำให้ห้องดูโปร่งพอสมควร ส่วนวัสดุปูพื้นเป็น Hybrid Engineering ซึ่งมีความแข็งและทนทานต่อรอยขีดข่วน และทนความชื้นได้ดีกว่า Engineering Wood

DSC_2639

 

พื้นที่นั่งเล่นได้ระเบียงห้องกว้างและหน้าต่างเข้ามุม เพราะอยู่ในตำแหน่งที่เป็นห้องมุม

DSC_2643

ตัวระเบียงเป็นแบบ Double Skin มีบานเลื่อนอีกชั้นที่ด้านนอก ทำให้สามารถเพิ่มพื้นที่ใช้งานภายในให้ห้องดูกว้างยิ่งขึ้น

DSC_2605

ด้านในก็จะเป็นห้องนอนทั้ง 2 ห้อง ซึ่งจัดสเปซออกมาได้ลงตัวทั้งคู่  ห้อง Master Bedroom มีขนาดกว้างขวาง สามารถแบ่งพื้นที่จัดเป็นส่วนของ Walk-in Closet ได้

DSC_2618

DSC_2614

ห้องนี้จะได้หน้าต่างขนาดใหญ่ มีส่วนที่เป็นหน้าต่างบานกระทุ้ง และเป็นกระจกเข้ามุม 2 ด้าน เปิดรับวิวที่มากกว่า ซึ่งด้านข้างมีมุมเล็กๆสามารถจัดเป็นมุมนั่งทำงานย่อมๆได้ด้วย

DSC_2610

มีห้องน้ำในตัว มีให้เลือกอาบทั้งแบบแช่อ่างหรือยืนอาบใน Shower Box ซึ่งจะมีฝักบัว 2 แบบเป็นแบบธรรมดาและแบบ Rain Shower สุขภัณฑ์เป็นของยี่ห้อ KOHLER ส่วนตัวอ่างเป็นของ KASCH พื้นห้องน้ำและผนังห้องน้ำจะเป็นกระเบื้องลายหิน

DSC_2577

ส่วนห้องนอนที่ 2 วางเตียง 5 ฟุตมาให้ (แต่สามารถวางเตียง 6 ฟุตได้สบายๆเหมือนกับห้องนอนใหญ่) ได้หน้าต่างบานใหญ่เป็นกระจกเข้ามุม และมีส่วนที่เป็นหน้าต่างบานกระทุ้งเช่นกัน

แต่จะไม่มีห้องน้ำในตัว ต้องออกมาใช้ห้องน้ำที่อยู่ในส่วนของ Living ซึ่งมี Shower Box ให้ด้วยเช่นกัน แต่จะไม่มีตัวอ่างอาบน้ำเหมือนตัวห้องนอนใหญ่

DSC_2647

DSC_1810

ส่วนของครัวจะเป็นครัวเปิด พื้นในส่วนนี้เป็นกระเบื้อง ตัว Pantry และเค้าท์เตอร์บาร์ Top ด้วยหินควอตสีขาว ตัวซิงค์อ่างล้างจานจะฝังอยู่กับเค้าท์เตอร์ ตัว Pantry เป็นเตาไฟฟ้า 4 หัว พร้อมฮู้ดดูดควันด้านบน และด้านล่างจะมีไมโครเวฟแบบฝังให้ด้วย โดยอุปกรณ์เครื่องครัวเป็นของ FRANKE ส่วนบานตู้ต่างๆจะเป็นบานเปิดแบบ Soft Close

garden

การออกแบบ 2 ห้องนอนของ RHYTHM EKKAMAI ESTATE ทุกห้องจะเป็นห้องมุม ออกแบบได้อารมณ์เหมือนอยู่บ้าน มีทั้งครัวปิด และครัวเปิดแบบมีเค้าท์เตอร์บาร์ ออกแบบให้อ่างอาบน้ำแบบติดกระจก หรือ มีแบบ Sexy Bath ด้วย เรียกว่าออกแบบแปลนมาอารมณ์เหมือนอยู่บ้านทุกมุมจริงๆ

นอกจากนี้ ทางโครงการยังมียูนิตพิเศษที่เป็นแบบ Garden Access อีกด้วย สามารถผ่านเข้า-ออกห้องได้จากฝั่งสวนด้านนอกระเบียง และทางเดิน Corridor ด้านในอาคารตามปกติ

ลูกบ้านสามารถใช้พื้นที่สวนหลังห้อง จัดปาร์ตี้เล็กๆ หรือออกมานั่งอ่านหนังสือได้ทุกเมื่อ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านในสวน หรือมีสวนหลังบ้านนั่นเอง

ส่วนแปลนห้องที่น่าสนใจเพิ่มเติมคือ

1bed

ห้อง 1 Bedroom ขนาด 35 ตร.ม. ที่ให้เป็นครัวปิดทุกแบบ วางโต๊ะทานข้าวได้แบบ 4 ที่นั่ง มี 2 แบบคือ ห้องรับแขกเข้ามุม (ความรู้สึกเหมือนอยู่ห้องมุม) และ ห้องนอนได้กระจกขนาดใหญ่ แถม 1 ห้องนอนฝั่งทิศใต้ยังได้ Double skin บานเลื่อนอีกชั้น (ดีไซน์เหมือนห้องตัวอย่างอีกด้วย)

1bedยสีห

ห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 39.5-40 ตร.ม. ออกแบบห้องอเนกประสงค์มา 2 แบบห้องอเนกประสงค์ต่อจากห้องนอน และ ต่อจากห้องรับแขก ตอบโจทย์การใช้งานคนเมืองที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นห้อง walk-in closet ห้องทำงาน หรือ ห้องนอนเล็ก ก็เลือกได้ตามไลฟ์สไตล์เลย แถมฝั่งทิศตะวันตก แดดบ่าย ยังได้ Double skin บานเลื่อนอีกชั้น (ดีไซน์เหมือนห้องตัวอย่างอีกด้วย)

สรุปผลการวิเคราะห์โครงการ RHYTHM EKKAMAI ESTATE และศักยภาพการลงทุน

แน่นอนว่าย่านทองหล่อ-เอกมัย ยังคงเป็นทำเลที่มีความต้องการทางด้านอสังหาฯ สูงเป็นอันดับต้นๆ ไม่ว่าจะซื้อเพื่ออยู่อาศัยหรือเพื่อลงทุน แต่ส่วนใหญ่ผู้ซื้อคอนโดในย่านนี้มักจะซื้อเพื่อปล่อยเช่า เพราะได้ผลตอบแทนคุ้มค่า ในขณะที่ดีมานด์ในการหาซื้อที่อยู่อาศัยใจกลางเมืองของกลุ่ม New Rich อย่างกลุ่มผู้บริหารรุ่นใหม่ เจ้าของกิจการ กลุ่มนักลงทุนที่มองหาโอกาสการลงทุนใหม่ๆ ก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เนื่องจากราคาที่ดินในโซนนี้ที่พุ่งแบบไม่หยุดและหาทำเลสวยๆ ยาก แม้แต่โครงการ High Rise ใหม่ๆ ที่อยู่บริเวณกลาง-ท้ายทองหล่อ ราคาเฉลี่ยสูงถึง ตร.ม. ละ 300,000 บาทเลยทีเดียว โดยศักยภาพของทำเลเอกมัยในปัจจุบัน ได้กลายเป็นทำเลที่รองรับการขยายตัวจากทองหล่อ สามารถปล่อยเช่าให้ชาวต่างชาติได้โดยเฉพาะชาวยุโรปและญี่ปุ่น ที่นิยมเช่าห้องขนาดใหญ่ ทำให้คอนโดย่านเอกมัยสามารถสร้าง Capital Gain ได้สูง หากคิดจะลงทุนคอนโดในโซนนี้ก็จะเต็มไปด้วยคนที่กำลังหาคอนโดฯปล่อยเช่าในระดับราคา 20,000-50,000 บาท ซึ่งหากดูตามเรทค่าเช่าที่มีการปล่อยเช่าในทำเลทองหล่อ-เอกมัย ในเรทค่าเช่า 20,000-50,000 บาทต่อเดือน ก็จะเป็นห้อง Studio และ 1 ห้องนอน ซึ่งเป็นห้องยอดนิยมในการซื้อปล่อยเช่า ส่วน Rental Yield ในโซนนี้ ปัจจุบันอยู่ที่ 5-6 % ซึ่งบางแห่งอาจได้ Yield มากถึง 10% แต่หากเปรียบเทียบราคาเช่าคอนโดระดับไฮเอนด์ขึ้นไปใจกลางเมือง ห้องแบบ 1 ห้องนอน จะได้ราคาเช่าต่อ ตร.ม. / เดือน ดีกว่าแบบ 2 ห้องนอน 1% ทั้งนี้ขึ้นกับจำนวนยูนิต รูปแบบห้อง และการตกแต่ง

            ในด้านการใช้ชีวิตบนย่านนี้ อย่างที่ทราบกันดีว่า ทำเลนี้เต็มไปด้วยความหลากหลายของไลฟ์สไตล์ มีทั้งห้างสรรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ร้านอาหารอร่อย บาร์บรรยากาศดีๆ และผับ Hangout ยอดฮิตอันดับต้นๆ ของกรุงเทพฯ จึงเชื่อว่าโครงการ RHYTHM EKKAMAI ESTATE จะสามารถตอบโจทย์ได้ครอบคลุมกว่า เหมาะแก่การอยู่อาศัยเอง และโดยเฉพาะการลงทุนในระยะยาว โดยมีราคาเฉลี่ยเริ่มต้นอยู่ที่ 185,000 บาท / ตร.ม. ณ ห้องชั้น 8 ซึ่งมีความสูงอยู่พอตัว และเฉลี่ยทั้งโครงการอยู่ที่ประมาณ 210,000 บาท / ตร.ม. และเมื่อเทียบจากราคาเปิดตัวของ RHYTHM EKKAMAI ตัวแรก เมื่อ 3 ปีก่อน ซึ่งเริ่มต้นประมาณ 183,000 – 190,000 บาท / ตร.ม. ก็ถือว่าราคายังไม่ขยับแรงทิ้งห่างมากเท่าไหร่ ในขณะที่โครงการ High Rise แถบนี้ที่เพิ่งเปิดตัวกันไปไม่นาน ก็มีราคาไม่ต่ำกว่า 250,000-300,000 บาท / ตร.ม. ไปแล้ว ซึ่งถือว่านี่เป็นคอนโดลักซ์ชัวรีตัวใหม่บนทำเลดาวเด่นของกรุงเทพฯ ที่ยังมีราคาจับต้องได้ ส่วนเรื่อง Term of Payment ก็ดูไม่ได้ผ่อนชำระหนักมากเมื่อเทียบกับโครงการใกล้เคียง พอเอื้อต่อการลงทุนในระยะสั้นได้เช่นกัน

ในด้านการออกแบบถือว่า RHYTHM ตัวนี้ เปลี่ยน Mood & Tone ไปพอสมควร หากบอกว่านี่คือคอนโดแบรนด์ The Address ก็ยังสามารถเชื่อได้สนิท เพราะปีที่ผ่านๆมา AP ก็พยายามยกระดับคอนโดทุกแบรนด์ให้หรูหรายิ่งกว่าเก่า ตั้งแต่การตกแต่งที่มีความเป็น Timeless Design มากขึ้น และ Facility ที่จัดเต็มในทุกๆ ส่วน แต่เน้นการใช้งานที่ให้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นแม้จะเป็นพื้นที่ส่วนกลาง แต่สำหรับ RHYTHM EKKAMAI ESTATE ค่อนข้างมีความยูนีคตรงที่แม้จะเป็นลักซ์ชัวรีคอนโด แต่องค์ประกอบต่างๆ กลับทำให้รู้สึกเหมือนอยู่บ้านหรู สไตล์โปร่งๆ สบายๆ เหมาะแก่การใช้ชีวิตในระยะยาว ซึ่งในส่วนของยูนิตก็ทำออกมาได้หลากหลายรูปแบบและมีหลายขนาดดี วัสดุและสุขภัณฑ์ในห้องน้ำก็ให้มาดีตามมาตรฐาน ส่วนลิฟต์โดยสารมีทั้งหมด 3+1 ตัว ค่อนข้างโอเคเมื่อเทียบกับจำนวนยูนิต จุดเด่นที่จำนวนยูนิตเพียง 303 ยูนิต (น้อยที่สุดเทียบกับคอนโด High Rise ติดถนนเอกมัย) สัดส่วนของพื้นที่จอดรถถือว่าอยู่ในระดับที่สูงพอสมควร รองรับได้ถึง 202 คัน (คิดเป็น 67%) ไม่รวมซ้อนคัน ด้านพื้นที่ส่วนกลางคอนโดนั้นก็เรียกได้ว่าโดดเด่นมากที่สุด ตั้งแต่เรื่องของดีไซน์จนไปถึงฟังก์ชั่นที่น่าใช้งาน ค่าส่วนกลางอยู่ที่ 55 บาท / ตร.ม. กองทุน 500 บาท / ตร.ม. ซึ่งรวมๆ แล้ว RHYTHM EKKAMAI ESTATE เป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าจับจองมากๆ เชื่อว่าจะสร้างความภาคภูมิใจให้กับผู้ที่ได้ครอบครอง ที่ได้เป็นเจ้าของชีวิตที่เหนือระดับบนทำเลใจกลางเอกมัย และได้ครอบครองสินทรัพย์ที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าเหนือกาลเวลา แน่นอนว่าคุ้มค่าทั้งการอยู่อาศัยในวันนี้ และเพื่อการลงทุนอนาคต

RHYTHM EKKAMAI ESTATE

            พบนิยามใหม่ของการใช้ชีวิตบนทำเลใจกลางเอกมัย ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน กับ ‘RHYTHM EKKAMAI ESTATE’ ลักซ์ชัวรี่คอนโดใหม่ล่าสุด ใจกลางเอกมัย-ทองหล่อ 2 นาทีถึง BTS เอกมัย เต็มอิ่มกับ Facilities ถึง 7 ชั้น และ Triplex Rooftop Facilites

เปิดจองรอบ Exclusive Launch 21 – 24 มี.ค.นี้ @ ชั้น 1 แฟชั่นฮอลล์ สยามพารากอน เริ่ม 6.5 ล้าน* ลงทะเบียนรับส่วนลดสูงสุด 300,000 บาท!! ได้ที่ https://goo.gl/2K282q

Leave a Reply