Sansiri Life Comes Home2017 สร้างยอดขายเกินเป้ากว่า 9,000 ลบ.

Sansiri Life Comes Home2017 สร้างยอดขายเกินเป้ากว่า 9,000 ล้านบาทให้ Sansiri

Sansiri Life Comes Home2017 สร้างยอดขายเกินเป้ากว่า 9,000 ล้านบาทให้ Sansiri

Sansiri Life Comes Home2017 สร้างยอดขายเกินเป้ากว่า 9,000 ล้านบาทให้ Sansiri มั่นใจปิดยอดขายปลายปีตามเป้าหมาย 40,000 ล้านบาท ทุบสถิติการสร้างยอดขายที่สูงที่สุดของ Sansiri ตลอดทุกปีที่ผ่านมา

แสนสิริประกาศความสำเร็จจากการจัดงานใหญ่แห่งปี “Sansiri Life Comes Home 2017″ (แสนสิริ ไลฟ์ คัมส์ โฮม 2017) ลูกค้าแห่จอง 2 คอนโดใหม่ “โอกะ เฮาส์ ” สุขุมวิท 36 และ “คาวะ เฮาส์ ” สุขุมวิท 77 และคึกคักสัมผัสประสบการณ์ตรง 6 นวัตกรรมจาก Siri LifeTech สร้างยอดขายรวมในช่วงระหว่างการจัดแคมเปญได้สูงถึง 9,000 ล้านบาท เกินจากเป้ายอดขายแคมเปญที่ตั้งไว้ 8,000 ล้านบาท ส่งผลยอดขายพรีเซลล์รวมปัจจุบันทะลุกว่า 34,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นถึง 85 % จากเป้าหมายยอดขาย 40,000 ล้านบาท เดินหน้าก้าวสู่การทุบสถิติสร้างยอดขายที่สูงที่สุดของแสนสิริในปี 2560

นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยสรุปภาพรวมการจัดแคมเปญและการจัดงานใหญ่ประจำปี แสนสิริ ไลฟ์ คัมส์ โฮม 2017 (Sansiri Life Comes Home 2017) สามารถสร้างยอดขายโครงการที่อยู่อาศัยต่างๆ ตลอดการจัดแคมเปญได้ถึง 9,000 ล้านบาท เกินจากเป้าหมายแคมเปญที่ตั้งไว้ 8,000 ล้านบาท โดย 2 โครงการคอนโดมิเนียมใหม่ คือ โอกะ เฮาส์ และคาวะ เฮาส์ ได้รับความสนใจจากลูกค้ามากที่สุดยัง นอกจากนี้บริษัทยังสามารถปิดการขายคอนโดมิเนียมพร้อมเข้าอยู่ในโครงการเดอะ ไลน์ สุขุมวิท 71 จากการมอบข้อเสนอที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าภายในงานแสนสิริ ไลฟ์ คัมส์ โฮม ได้อีกด้วย ซึ่งเมื่อรวมความสำเร็จจากการที่ลูกค้าให้การตอบรับโครงการที่อยู่อาศัยต่างๆ ของกลุ่มบริษัทแสนสิริเป็นอย่างดีทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดตั้งต้นปีที่ผ่านมา อาทิ ผลงานล่าสุดจากการปิดการขายโครงการ The Line สาทร จำนวน 327 ยูนิต มูลค่าโครงการ 4,000 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นคอนโดมิเนียมโครงการล่าสุดภายใต้ความร่วมมือระหว่างบีทีเอสและแสนสิริลงอย่างรวดเร็ว หลังเปิดขายแบบ Online booking ในวันแรก ในราคาเริ่มต้น 7.9 ล้านบาทหรือเฉลี่ย 270,000 บาทต่อตารางเมตร โดยมีสัดส่วนกลุ่มลูกค้าเป็นคนไทยและต่างชาติ 70 : 30 เปอร์เซ็นต์ สร้างยอดขายในตลาดต่างชาติได้ถึง 1,300 ล้านบาท นับเป็นคอนโดมิเนียมโครงการที่ 12 ภายใต้ความร่วมมือของบีทีเอสและแสนสิริที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถปิดการขายโครงการในตลาดต่างจังหวัด อาทิ โครงการเดอะ วัลลีย์ เขาใหญ่ (The Valley Khaoyai) 32มูลค่ากว่า 1,100 ล้านบาท โครงการดีคอนโด นครระยอง คอนโดมิเนียมจำนวน 575 ยูนิต ที่ได้รับความสนใจจากลูกค้าไทยทั้งในด้านการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองและลงทุนปล่อยเช่า จากทำเลที่ตั้งโครงการซึ่งใกล้แหล่งนิคมอุตสาหกรรมระยอง จึงสามารถปิดการขายโครงการมูลค่ากว่า 830 ล้านบาทในที่สุด ส่งผลให้ยอดขายรวมของบริษัทในขณะนี้ (1 มกราคม – 27 พฤศจิกายน 2560) คิดเป็นมูลค่ารวมแล้วกว่า 34,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นถึง 85% จากเป้าหมายยอดขาย 40,000 ล้านบาทที่มีการปรับเพิ่มจาก 36,000 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทก้าวเข้าสู่การบันทึกการทุบสถิติ!! การสร้างยอดขายที่สูงที่สุดของ Sansiri ในปีนี้

 

“การจัดงานในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าจำนวนมาก มีกลุ่มลูกค้าสนใจซื้อคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ที่เปิดตัวการขายภายในงาน ได้แก่โครงการ “โอกะ เฮาส์ ” สุขุมวิท 36 และ “คาวะ เฮาส์ ” สุขุมวิท 77 รวมทั้งโครงการในต่างจังหวัดที่ได้รับการตอบรับที่ดีมาก อาทิ บ้านไม้ขาว ภูเก็ต และ เรน ชะอำ หัวหิน เป็นต้น ความสำเร็จในครั้งนี้เป็นผลจากการนำเสนอที่อยู่อาศัยโครงการต่าง ๆ ของกลุ่มแสนสิริที่ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้าทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมถึงความร่วมมือจากพันธมิตรธุรกิจที่เข้าร่วมนำเสนอผลิตภัณฑ์และรูปแบบการให้บริการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยใหม่ โดยการมอบแคมเปญและโปรโมชั่นพิเศษภายในงาน ทำให้มีผู้ที่สนใจเข้าเยี่ยมชมงานจำนวนมากและประสบความสำเร็จด้านยอดขายสูงเกินจากเป้าหมายที่ตั้งไว้” นายเศรษฐา กล่าว

นอกจากนี้ งาน แสนสิริ ไลฟ์ คัมส์ โฮม ในปีนี้ ยังนับเป็นเวทีสำคัญในการตอกย้ำภาพลักษณ์ของแสนสิริในการเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำด้านเทคโนโลยีที่ครอบคลุมทุกแง่มุมของอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัย จากการที่เรานำ 6 นวัตกรรมภายใต้ Siri LifeTech มาจัดแสดงและเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสและทดลองใช้งานเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นมุมกิจกรรมที่ได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานจำนวนมากที่มาร่วมสัมผัสมิติใหม่ในการเติมเต็มทุกรูปแบบการอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบ (Complete Your Living Experience) จาก 6 นวัตกรรมของแสนสิริเพื่อการใช้ชีวิตและการอยู่อาศัยแนวใหม่ ไม่ว่าจะเป็น SAN:DEE Delivery Bot หรือแสนดี หุ่นยนต์ไฮเทคส่งของถึงหน้าห้องพัก แสนสิริ AI BOX ผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะที่ลูกบ้านสามารถสั่งการควบคุมการเปิดปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านด้วยเสียงภาษาไทยเป็นครั้งแรก Farmshelf นวัตกรรมฟาร์มแนวตั้งอัจฉริยะที่แสนสิรินำเข้ามาใช้เป็นครั้งแรกของประเทศไทยให้ลูกบ้านปลูกผักเพื่อบริโภคเองในคอนโด แสนสิริHome Service Application ซึ่งสามารถควบคุมการเปิดปิดไฟ เครื่องปรับอากาศ และจองใช้พื้นที่ส่วนกลางผ่านแอพ และฟังก์ชั่นใหม่ Online Shopping by SB Furniture ให้ลูกบ้านเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ได้ง่าย ๆ เพียงปลายนิ้ว รวมถึง Smart Move แพลตฟอร์มบริการให้เช่ารถยนต์ในโครงการ และ Samitivej@HOME นวัตกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพในที่พักอาศัยภายใต้ความร่วมมือกับโรงพยาบาลสมิติเวช

“แผนการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทแสนสิริในช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทยังได้เตรียมเดินหน้าต่อเนื่องตามแผนการลงทุน 80 ล้านดอลล่าร์ หรือ 2,800 ล้านบาท ใน 6 แบรนด์ชั้นนำของโลก สะท้อนวิสัยทัศน์ระดับโลกเพื่อการใช้ชีวิตในอนาคต ซึ่งนับเป็น 6 ธุรกิจด้านเทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์ชั้นนำของโลก นับเป็นการขยายฐานการลงทุนในธุรกิจอื่นครั้งสำคัญเพื่อสร้างพันธมิตรในประเภทธุรกิจอันหลากหลาย โดยทั้ง 6 ธุรกิจล้วนมีอัตราการเติบโตสูงในตลาดโลกซึ่งจะเป็นแหล่งรายได้ใหม่ของแสนสิรินอกประเทศไทย เร่งเดินหน้ากลยุทธ์โมเดลธุรกิจแบบ asset light ในยุคปฏิวัติดิจิทัลเพื่อสร้างโอกาสจากการผนึกกำลังร่วมและโอกาสการเติบโตที่รวดเร็ว โดยมูลค่าที่เพิ่มขึ้นของบริษัททั้งหกจากการเข้าถือหุ้นของแสนสิริจะส่งผลดีต่อธุรกิจหลักของแสนสิริ ทั้งนี้แนวโน้มไตรมาส 4 ของปี 2560 นี้ บริษัทคาดว่าจะมีผลประกอบการที่โดดเด่นและดีที่สุดทั้งในด้านยอดขายพรีเซลล์ รายได้ และกำไร” นายเศรษฐา กล่าว

ที่มา : http://www.ryt9.com/s/prg/2747184

Leave a Reply