BTS เหมาเดินรถไฟฟ้า 3.5 แสนล้าน

BTS เหมาเดินรถไฟฟ้า

BTS เหมาเดินรถไฟฟ้า 3.5แสนล้าน กทม.หน้ามืดหาเงินโปะค่าจ้าง

               กทม.หน้ามืดหาเงินจ่ายหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียว 80,000 ล้าน เจรจาเซ็งลี้งานโยธา 60,000 ล้านให้รัฐ รับภาระเฉพาะงานระบบ-อาณัติสัญญาณ ขอผ่อนชำระปี”73 BTS เหมาเดินรถไฟฟ้า เสือนอนกินรับค่าจ้างเดินรถทั้งโครงข่าย 350,000 ล้าน ขอผู้ถือหุ้น เม.ย. 60 นี้ ลงทุนสายสีชมพู-เหลือง

           นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (KT) บริษัทวิสาหกิจของกรุงเทพมหานคร (กทม.) เผยว่า ขณะนี้ได้ข้อสรุปจ้าง บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) เป็นระยะเวลา 25 ปี นับจากปี 2560-2585 วงเงิน 164,900 ล้านบาท เพื่อเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายแบริ่ง-สมุทรปราการ ระยะทาง 12.8 กม. กับช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ระยะทาง 18.7 กม. รวม 31.5 กม. ซึ่ง กทม.รับโอนมาจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)

 

จ้าง BTS เหมาเดินรถไฟฟ้า

                เดิม BTS เสนอค่าจ้างมาประมาณ 190,000 ล้านบาท แต่ต่อรองลดลงมาให้ 20,000 ล้านบาท โดยสัญญาจ้างจะครบกำหนดในปี”85 พร้อมกับการเดินรถที่เซ็นไปก่อนหน้านี้ ซึ่ง กทม.จะจัดสรรงบประมาณรายจ่ายให้ BTS เป็นรายปีตลอดสัญญาจ้าง

            ส่วนต่อขยาย 2 ช่วงใหม่นั้น ทาง กทม.จ้าง KT เป็นผู้บริหารจัดการโครงการ และ KT ได้จ้าง BTS เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งจะใช้วิธีการที่เรียกว่า Supplier Credit  โดย BTS จะหาแหล่งเงินทุนให้ 20,000 ล้านบาท เพื่อติดตั้งระบบและอาณัติสัญญาณ และ KT จะชำระคืนให้ภายหลัง ได้เซ็นสัญญาไปแล้วเมื่อปลายปี 2559

 

โยนรัฐรับภาระ

             ส่วนค่างานโยธา 60,000 ล้านบาท ที่ กทม.ต้องจ่ายคืนให้ รฟม. ล่าสุด พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. มีนโยบายจะเจรจากับกระทรวงการคลัง ขอให้รัฐรับภาระหนี้ด้านโครงสร้างพื้นฐานไป ส่วน กทม.จะรับภาระหนี้ค่างานระบบกว่า 20,000 ล้านบาท โดยจะชำระคืนทั้งก้อนปี 2573 เนื่องจากสัมปทานจะหมดอายุและทรัพย์สินและรายได้ค่าโดยสารจะตกเป็นของ กทม. ซึ่งสามารถนำโครงการไประดมเงินทุนผ่านกองทุน Infrastructure Fund ออกพันธบัตร หรือขอกู้จากสถาบันการเงินเพื่อนำเงินมาชำระหนี้คืนได้

รวมเบ็ดเสร็จ กทม.ต้องหาเงิน 80,000 ล้านบาท เพื่อมาดำเนินการรถไฟฟ้าสายสีเขียวต่อขยายทั้ง 2 ช่วงนี้ หลังรับโอนโครงการจาก รฟม.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งผู้ว่าฯ กทม.มอบให้บอร์ด KTไปดูวิธีการที่จะหาเงินมาดำเนินการ

 

เผยงบฯ กทม.มีไม่พอ

             พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า จะหารือ พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟม. ถึงการชำระหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียว 60,000 ล้านบาท โดย กทม.มี 3-4 ช่องทางเตรียมไว้แล้ว เช่น กทม.รับหนี้มาแล้วผ่อนชำระ หลังทรัพย์สินโครงการ BTS สายปัจจุบันตกเป็นของ กทม.แล้ว หรือให้ รฟม.ชำระหนี้ให้ไปก่อน เป็นต้น

              ตอนนี้ กทม.ไม่มีเงินประมาณที่จะไปใช้หนี้ เนื่องจากงบประมาณของ กทม.ปี”60 จำนวน 75,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะใช้จ่ายไปกับโครงการด้านอื่นที่มีอยู่แล้ว ก็ยอมรับว่าหนี้ของรถไฟฟ้าสายสีเขียวเป็นหนี้ก้อนโตและเป็นภาระระยะยาวของ กทม. ยังไม่รวมกับค่าจ้าง BTS เดินรถเป็นรายปีอีก แต่จะไม่ผลักภาระให้กับประชาชนอยู่แล้ว

 

BTS กินรวบ

              นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการและผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการ บมจ.บีทีเอสซี กล่าวว่า BTS ตกลงจ้างเดินรถให้ กทม.เป็นระยะเวลา 25 ปี เป็นเงินทั้งสิ้น 160,000 ล้านบาท ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และหมอชิต-คูคต โดยสัญญาจะหมดพร้อมกับสัญญาจ้างเดินรถปัจจุบันในปี 2585 ทาง กทม.จะจ่ายเงินค่าจ้างให้ BTS ประมาณ 1,500-1,600 ล้านบาท/ปี ซึ่งจะต้องเซ็นสัญญาก่อนเปิดเดินรถ 1 สถานีจากแบริ่ง-สำโรง

               ก่อนหน้านี้ KT จ้าง BTS เหมาเดินรถไฟฟ้า 30 ปี วงเงิน 187,800 ล้านบาท ส่วนต่อขยายช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง และตากสิน-บางหว้า รวมถึงเส้นทางเดิมที่เราได้สัมปทาน 23 กม. จากหมอชิต-อ่อนนุช และสนามกีฬา-ตากสิน ที่ KT จ้างเดินรถจนถึงปี”85 พร้อมกันทั้งโครงข่าย เมื่อรวมกับสัญญาใหม่ เบ็ดเสร็จ BTS ได้ค่าจ้างทั้งสิ้นกว่า 350,000 ล้านบาท แต่เป็นเงินในระยะยาวที่เราจะได้ ไม่ใช่ทั้งก้อน เพราะ กทม.จ่ายค่าจ้างให้ปีละ 1,000 กว่าล้านบาท

 

เปิดสำโรงคนเพิ่มขึ้น

              นายสุรพงษ์กล่าวว่า การเตรียมพร้อมการเปิดบริการเพิ่ม 1 สถานีนี้ จะเพิ่มขบวนรถ 1 ขบวน เนื่องจากจะมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นประมาณ 40,000-50,000 เที่ยวคน/วัน จากปัจจุบันคนใช้บริการ BTS สายใต้นี้เฉลี่ยอยู่ที่ 100,000 เที่ยวคน/วัน

              ขณะเดียวกัน บริษัทได้สั่งซื้อรถใหม่อีก 46 ขบวน ขบวนละ 4 ตู้ วงเงิน 11,000 ล้านบาท เมื่อปีที่แล้ว จะนำ 15 ขบวนมาวิ่งบริการช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ปลายปี 2561 และช่วงหมอชิต-คูคต 21 ขบวน ในปี 2562-2563 ที่เหลือจะเสริมในเส้นทางเดิม เนื่องจากประเมินแล้ว คาดว่าผู้โดยสารจะมาใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 5-10% จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 800,000-900,000 เที่ยวคน/วัน

 

รอผู้ถือหุ้นไฟเขียว

              ความคืบหน้าการลงทุนรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) และสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) นายสุรพงษ์กล่าวว่า วันที่ 3 เม.ย. 2560 ที่ผ่านมา ได้มีการขออนุมัติการลงทุนจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ ผลเจรจากับ รฟม.ยุติแล้ว รอเสนอให้บอร์ด PPP และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือน เม.ย.นี้ และเซ็นสัญญาได้ในไตรมาสที่ 2

              สำหรับเงินลงทุนที่บริษัทเสนอไปของสายสีเหลืองรวมต่อขยายอีก 2.6 กม. เชื่อมกับสายสีเขียวที่สถานีพหลโยธิน อยู่ที่ 46,404 ล้านบาท และสีชมพูรวมส่วนต่อขยายอีก 2.8 กม. สร้างเข้าไปในเมืองทองฯ วงเงินลงทุนอยู่ที่ 47,314 ล้านบาท รวมทั้ง 2 สาย เป็นเงินลงทุนประมาณ 100,000 ล้านบาท เนื่องจากต้องรวมดอกเบี้ยที่บริษัทต้องกู้เงินมาดำเนินการด้วย

             ทั้งนี้ รัฐจะสนับสนุนเงินลงทุนไม่เกินค่าก่อสร้าง ซึ่งสายสีชมพูอยู่ที่ 22,500 ล้นบาท และสีเหลือง 25,050 ล้านบาท โดย รฟม.จะชำระให้หลังเปิดบริการปี 2564 เป็นระยะเวลา 10 ปี โดยบริษัทจะได้รายได้จากค่าโดยสาร การพัฒนาเชิงพาณิชย์สถานี และค่าจอดรถ ตลอดอายุสัมปทาน 30 ปี ถึงปี 2593

 

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์            /           ภาพ : สมาคมไทยรับสร้างบ้าน

Leave a Reply