“อนันดา” ไม่หวั่นเศรษฐกิจครึ่งปีหลังชะลอตัว ลุยเปิดคอนโดฯ 7 โครงการ มูลค่ากว่า 2.02 หมื่นล้าน

10323

 

“อนันดา” ไม่หวั่นเศรษฐกิจครึ่งปีหลังชะลอตัว ลุยเปิดคอนโดฯ 7 โครงการ มูลค่ากว่า 2.02 หมื่นล้าน มั่นใจสิ้นปีกวาดยอดขาย 25,500 ล้านบาทตามเป้า หลังครึ่งปีขายแล้ว 12,500 ล้านบาท ล่าสุด ทุ่ม 70 ล้านจัดงาน “ ANANDA URBAN PULSE ” ขน 8 โครงการ อัดโปรโมชันพิเศษ ระหว่าง 12-16 สิงหาคมนี้

นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (ANAN) เปิดเผยว่า อนันดาเปิดโครงการครึ่งปีหลัง2558 ช่วงครึ่งปีหลังประเมินสถานการณ์ตลาดได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากยังมีปัจจัยที่มากระทบต่อภาวะตลาด และเศรษฐกิจหลายประการ ทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังไม่มีความชัดเจน แต่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่ผ่านมามีการฟื้นตัวได้ค่อนข้างดี ทำให้เชื่อว่าในครึ่งปีหลังอสังหาริมทรัพย์ยังมีทิศทางที่ดีขึ้น และเชื่อว่ากำลังซื้อยังดี หากโครงการตั้งอยู่ในทำเลที่ดี โดยเฉพาะตามแนวรถไฟฟ้า ราคาถูกก็ยังสามารถขายได้

ส่วนภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมในเขต กทม. และปริมณฑลในปี 2558 มีอัตราการฟื้นตัวขึ้นได้ค่อนข้างดี ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนยูนิตเปิดใหม่รวมกว่า 1.1 แสนยูนิต โดยในไตรมาสแรกมีอัตราดูดซับแล้วกว่า 25,000 ยูนิต โดยพบว่า ตลาดคอนโดมิเนียมราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท/ยูนิต มีอัตราการขายปรับตัวลดลงอยู่ที่ 38% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่มีอัตราการขายเฉลี่ยที่ 40-46% เนื่องจากกลุ่มผู้ซื้อส่วนใหญ่มีภาระหนี้ครัวเรือนสูง ขณะที่ตลาดระดับกลาง หรือราคาตั้งแต่ 3-5 ล้านบาท/ยูนิต เป็นตลาดที่มีอัตราการขายดีที่สุด 65% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมามีอัตราขายเพียง 42% ส่วนคอนโดมิเนียมราคา 5-10 ล้านบาท ขายดีรองลงมา โดยมีอัตราขายที่ 58% ส่วนตลาดบนราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป อัตราการขายที่ 45% เชื่อว่าจะไม่ได้รับผลกระทบเนื่องจากเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง

สำหรับราคาที่ดินในแนวรถไฟฟ้าบีทีเอส เส้นทางหมอชิต-แบริ่ง ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 30-40% แต่ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมานี้เพิ่มขึ้น 6-9% ส่งผลให้โครงการคอนโดมิเนียมที่อยู่ในแนวรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย 8-10% สะท้อนว่า โครงการที่กำลังพัฒนาในขณะนี้ก็จะมีราคาขายสูงขึ้นด้วย ทั้งจากราคาที่ดิน ราคาค่าวัสดุก่อสร้าง

สำหรับแผนการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทเตรียมเปิดคอนโดมิเนียมใหม่ 7 โครงการ มูลค่ารวม 20,230 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการที่เปิดขายในไตรมาส 3 จำนวน 4 โครงการ มูลค่า 11,000 ล้านบาท ได้แก่

1.โครงการ คิว ชิดลม เพชรบุรี (Q Chidlom-Phetchaburi) คอนโดมิเนียม High-Rise สูง 42 ชั้น พร้อมชั้นลอยบนชั้น 42 จำนวน 354 ยูนิต ใกล้ BTS สถานีชิดลม 650 เมตร ราคาเริ่มต้นเพียง 5.5 ล้านบาท โครงการ

2.โครงการไอดีโอ โอทู (IDEO O2) คอนโดมิเนียม High-Rise 3 อาคาร จำนวนรวม 1,569 ยูนิต ใกล้ BTS สถานีบางนา และ Bangkok Mall ฟรี!! เฟอร์นิเจอร์ ในราคาเริ่มต้น 2.2 ล้านบาท โดยในปีนี้นำมาเปิด Pre-sales 1 อาคาร จำนวน 561 ยูนิต

3.โครงการไอดีโอ สุขุมวิท 115 (IDEO Sukhumvit 115) คอนโดมิเนียม High-Rise สูง 35 ชั้น จำนวน 1,005 ยูนิต ติด Big C และ BTS สถานีปู่เจ้าฯ ฟรี!! เฟอร์นิเจอร์ ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.9 ล้านบาท จองภายในงาน !!! ฟรี SAMSUNG Galaxy S6 EDGE ทันที และ

4.โครงการ Q Thirty-One สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิและข้อมูลก่อนใคร เริ่มเปิดจองครั้งแรกปลายปี 58 ส่วนอีก 3 โครงการ มูลค่า 9,230 ล้านบาท จะเปิดในช่วงไตรมาส 4 ของปี

ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทได้เปิดโครงการใหม่ไปแล้ว 6 โครงการ มูลค่ารวม 15,500 ล้านบาท ทำให้ทั้งปีนี้บริษัทจะเปิดโครงการใหม่ทั้งหมด 13 โครงการ มูลค่ารวม 35,800 ล้านบาท ขณะที่มีมูลค่าโครงการเหลือขาย ณ สิ้น 30 มิ.ย.58 อยู่ที่ 19,700 ล้านบาท

บริษัทสามารถทำยอดขายในครึ่งปีแรกของปี 58 ได้แล้วกว่า 12,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 227% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้มั่นใจว่ายอดขายปีนี้จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 25,500 ล้านบาท ปัจจุบัน บริษัทมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) กว่า 34,000 ล้านบาท จากโครงการทั้งแนวราบ และคอนโดมิเนียม ซึ่งส่วนใหญ่จะทยอยรับรู้รายได้ในปี 59-60 และบางส่วนจะรับรู้ต่อเนื่องในปี 61

โดยในช่วงครึ่งปีหลังจะทยอยโอนโครงการคอนโดมิเนียมอีก 7,000-8,000 ล้านบาท ได้แก่ โครงการไอดีโอ สาทร-ท่าพระ ที่มีการทยอยโอนต่อเนื่อง และโครงการโอนใหม่อีก 2 โครงการ ที่เริ่มทยอยโอนในไตรมาส 3/58 ทั้งโครงการไอดีโอ วุฒากาศ และโครงการไอดีโอ โมบิ จรัญ-อินเตอร์เชนจ์ และ Backlog แนวราบอีกราว 3,000 ล้านบาท ทำให้บริษัทมั่นใจว่า รายได้ในปีนี้จะทำได้ตามเป้าหมายที่ 11,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 10,500 ล้านบาท ส่วนงบซื้อที่ดินที่ตั้งไว้ 10,000 ล้านบาทในปีนี้ ปัจจุบันได้ใช้ไปแล้วประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาท

สำหรับอัตราการปฏิเสธสินเชื่อของบริษัทในปัจจุบันอยู่ที่ 14% ทรงตัวต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา แบ่งเป็นอัตราการปฏิเสธสินเชื่อของคอนโดมิเนียม 8% และอัตราการปฏิเสธสินเชื่อของโครงการแนวราบ 30% ทรงตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่แนวโน้มโครงการระดับล่างของบริษัท อย่างโครงการยูลิโอนั้น บริษัทได้ให้ความระมัดระวังมากขึ้น เพื่อให้การกู้ของลูกค้าสามารถกู้ผ่านได้ เนื่องจากปัจจุบันธนาคารพาณิชย์มีความเข้มงวดมากขึ้นในการให้สินเชื่อ

ล่าสุด เพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขาย บริษัทจึงได้จัดงาน “ ANANDA URBAN PULSE ” ระหว่างวันที่ 12-16 สิงหาคม 2558 ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เปิดขาย 4 โครงการใหม่ภายในงาน และยังได้นำคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า 8 โครงการทั่วกรุงเทพฯ ประกอบด้วย โครงการ Ready to move inคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ 5 โครงการ พร้อมโปรโมชันพิเศษ “ครั้งเดียวในรอบปี Everything is Free” อยู่ฟรีสูงสุด 730 วัน/ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอน/ฟรีเฟอร์นิเจอร์ครบเซ็ต/ฟรี SAMSUNG Galaxy S6 edge 32GB และ 3 โครงการสร้างเสร็จ โดยใช้งบประมาณในการจัดงานครั้งนี้ 70 ล้านบาท และคาดว่าจะสามารถสร้างยอดขายกว่า 4,000 ล้านบาท

ที่มา Propertytoday

Leave a Reply