สายสีม่วง ฟื้นตัว อสังหาฯรุมผุดโครงการใหม่

สายสีม่วง

อัตรากรขายของคอนโดมิเนียมตามแนวทางรถไฟฟ้า สายสีม่วง

หลังจากมีความคืบหน้าในการก่อสร้างรถไฟฟ้าชัดเจนมากขึ้น ความมั่นใจของนักลงทุนและผู้ซื้อก็มีมากขึ้นไปตามกัน ทำให้ล่าสุดอย่างพื้นที่แนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงมีการฟื้นตัวอีกครั้ง โครงการอสังหาฯเก่าต่างได้รับผลพลอยด้านยอดขายที่ดีขึ้น ทั้งยังมีการเตรียมเปิดโครงการใหม่ๆจากเหล่าดีเวล็อปเปอร์มาตามกันมาอีก ไปติดตามกันครับว่าสายสีม่วงกำลังมารุ่งพุ่งแรงอีกครั้งขนาดไหน และจะมีโครงการอะไรใหม่ๆมาให้จับตามอง

          เอกชน เชื่อตลาดอสังหาฯแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงกลับมาคึกคักแน่ หลังเปิดการเดินรถอย่างเป็นทางการคาดสต๊อกเก่าจะค่อยๆ ถูกดูดซับ ศุภาลัย คาดยอดขายหลังเปิดบริการเพิ่ม 30-40% ด้าน พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค เตรียมผุด 4 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 3 พันล้านบาท ปี 59 รับสายสีม่วงเปิดบริการ คอลลิเออร์ เปิดผลสำรวจตลาดล่าสุด ยังมีโครงการอยู่ระหว่างการขายอีกกว่า 4 พันหน่วย

            นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ถึง ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์แนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงว่า พื้นที่ดังกล่าวมีสินค้าคงเหลือจำนวนมาก ทำให้อัตราการขายในปีที่ผ่านมาชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากกำลังซื้อได้ถูกดูดซับไปก่อนหน้าแล้ว ขณะที่ราคาที่ดินก็ปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาขายคอนโดมิเนียมใหม่สูงกว่าเมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมา แต่การเปิดให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วงอย่างเป็นทางการ (บางใหญ่-บางซื่อ) ในช่วงกลางปี 2559 จะช่วยกระตุ้นความต้องการซื้อในตลาดให้เพิ่มขึ้น 30-40% โดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดมิเนียม

          “การเปิดขายที่อยู่อาศัยแนวรถไฟฟ้าก็เหมือนกับการขายฝัน ตราบใดที่ยังไม่มีการก่อสร้างผู้ซื้อก็ยังไม่มีความมั่นใจ แต่เมื่อใดที่โครงการเริ่มมีความคืบหน้าความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยก็จะเพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ กระทั่งโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการความต้องการซื้อก็จะสูงขึ้นอย่างชัดเจน แต่การเพิ่มขึ้นของจำนวนคอนโดมิเนียมอย่างรวดเร็ว ทำให้พื้นที่แนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงอยู่ในภาวะโอเวอร์ซัพพลาย ซึ่งวิธีการที่จะช่วยลดภาวะดังกล่าวคือ ภาครัฐต้องเร่งพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เพื่อขยายอัตราการเจริญเติบโตสู่กรุงเทพฯ รอบนอก เนื่องจากที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าพื้นที่ใดที่มีรถไฟฟ้าผ่าน ความเจริญของภาคอสังหาฯ ก็จะตามไปที่นั่น ถือเป็นการกระจายสินค้าใหม่ๆ ในตลาดสู่พื้นที่อื่นๆ “นายไตรเตชะ กล่าวและว่า

          ปัจจุบันบริษัทมีโครงการตามแนวรถไฟฟ้า สายสีม่วง ประมาณ 7-8 โครงการ ราคาขายเฉลี่ย 5 หมื่นบาทต่อตร.ม. อาทิ โครงการซิตี้โฮม รัตนาธิเบศร์, โครงการศุภาลัยปาร์ค แยกติวานนท์, โครงการศุภาลัยปาร์ค แคราย-งามวงศ์วาน ฯลฯ ซึ่งหลายโครงการก็ปิดการขายแล้ว และในจำนวนนี้มีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายทั้งหมด 4 โครงการ รวมจำนวนประมาณ 1,000 หน่วย อัตราการขายเฉลี่ยอยู่ที่กว่า 50%

         ด้าน นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต รองประธาน เจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาธุรกิจ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า รถไฟฟ้าสายสีม่วงเป็นเส้นที่เปิดให้บริการช้ากว่ากำหนด 2 ปี ทำให้ในช่วงระหว่างนั้นมีผู้ประกอบการเข้าไปพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยทั้งในส่วนของแนวราบและคอนโดมิเนียมในพื้นที่จำนวนมาก ส่งผลให้อัตราการดูดซับน้อยกว่าที่ควรจะเป็น แต่เมื่อภาครัฐประกาศชัดเจนถึงกำหนดการเปิดให้บริการรถไฟฟ้า สายสีม่วง ก็เชื่อว่ายอดขายจะกลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่ง ดูได้จากยอดขายของบริษัท อย่างโครงการ เมโทร สกาย ประชาชื่น ที่มียอดขายเพิ่มขึ้น 50-60% และโครงการ ไอคอนโด งามวงศ์วาน มียอดขายเพิ่มขึ้น 30-40% นับตั้งแต่มีข่าวการนำเข้าขบวนรถมาจากญี่ปุ่น

“พื้นที่ สายสีม่วง ถือเป็นพื้นที่ที่มีการแข่งขันของตลาดอสังหาฯ ที่หลากหลายทั้ง คอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว และทาวน์เฮาส์ เนื่องจากเส้นทางการเดินรถเป็นเส้นที่วิ่งจากนอกเมืองเข้าสู่ตัวเมือง โดยพื้นที่ในเมืองนับตั้งแต่สถานีบางซื่อถึงบริเวณก่อนข้ามสะพานพระนั่งเกล้าจะเป็นตลาดคอนโดฯ แต่เมื่อข้ามสะพานไปแล้วจะเป็นตลาดของโครงการแนวราบ เนื่องจากราคาที่ดินยังสามารถพัฒนาได้” นายวงศกรณ์ กล่าว

          ทั้งนี้ เพื่อเป็นการให้สอดรับกับการเปิดเดินรถไฟฟ้า สายสีม่วง บริษัทจึงมีแผนพัฒนา 4 โครงการใหม่ มูลค่าโครงการรวมประมาณ 3 พันล้านในปี 2559 แบ่งเป็น โครงการคอนโดมิเนียม 1 โครงการ และโครงการ แนวราบ 3 โครงการ บริเวณจุดตัดถนนราชพฤกษ์กับรัตนาธิเบศร์ โดยทั้งหมดมีทั้งหมดเพื่อพัฒนาแล้ว

          นายสุรเชษฐ กองชีพ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า บริเวณแนวรถไฟฟ้า สายสีม่วง ปัจจุบันมีคอนโดมิเนียมเปิดขายอยู่ประมาณ 12,904 หน่วย โดยขายไปได้แล้วประมาณ 65% และยังเหลือคอนโดมิเนียมที่อยู่ระหว่างการขายอีกประมาณ 4,516 หน่วย ซึ่งประมาณ 53% มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2560 ส่วนที่เหลือจะทยอยสร้างเสร็จในปี 2558 – 2559 และพื้นที่ตามแนวถนนกรุงเทพฯ – นนทบุรีเป็นทำเลที่มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายอยู่มากที่สุดคือมีจำนวนมากกว่า 5,829 หน่วย อัตราการหน่วยเหลือขายอยู่ที่ประมาณ 45% รองลงมาคือตามแนวถนนรัตนาธิเบศร์อีกประมาณ 5,370 หน่วย อัตราการหน่วยเหลือขายอยู่ที่ประมาณ 42%

         ราคาขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมในพื้นที่นี้อยู่ที่ประมาณ 67,000 บาทต่อตร.ม. โดยคอนโดมิเนียมในพื้นที่นี้มีราคาขายแตกต่างกันค่อนข้างมากคือ เริ่มต้นที่ประมาณ 35,000 บาทต่อตร.ม.ขึ้นไปถึงมากกว่า 140,000 บาทต่อตร.ม. โดยโครงการที่ยังอยู่ในเขตกรุงเทพฯ จะมีราคาขายที่สูงกว่าโครงการที่อยู่ไกลออกไปในเขตจังหวัดนนทบุรี เนื่องจากที่ดินมีราคาสูงกว่า โดยราคาขายเฉลี่ยของโครงการที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯอยู่ที่ประมาณ 78,500 บาทต่อตร.ม.และโครงการที่อยู่ในเขตจังหวัดนนทบุรีอยู่ที่ประมาณ 73,000 บาทต่อ ตร.ม.

 

ที่มา:  หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,108 วันที่ 26 – 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

 

Leave a Reply