รถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลือง ไฟเขียวสัมปทาน 30 ปี นายกสั่งเร่งหาผู้รับเหมา

รูปที่ 4 รถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลือง

รถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลือง ‘บิ๊กตู่’ไฟเขียว สั่งหาผู้รับเหมา

ครม.อนุมัติ รถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลือง ให้เอกชนร่วมทุนสัมปทาน 30 ปี-นายกฯสั่งเร่งประมูล

          นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้มีมติอนุมัติโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) เป็นระบบรถไฟฟ้าทางเดี่ยว (โมโนเรล) และอนุมัติให้เอกชนเข้าลงทุนกับภาครัฐ (PPP) ในรูปแบบ PPP Net Cost ตามที่คณะกรรมการ PPP นำเสนอ

         ทั้งนี้ โครงการ รถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลือง ทั้ง 2 โครงการได้ปรับลดกรอบวงเงินลง โดยรถไฟฟ้าสายสีชมพู ระยะทาง 34.5 กิโลเมตร 30 สถานี ปรับลดลงเหลือ 53,490 ล้านบาท จากเดิม 56,691 ล้านบาท และสายสีเหลือง ระยทาง 30.4 กิโลเมตร 23 สถานี ปรับลงมาเป็น 51,810 ล้านบาท จาก 54,644 ล้านบาท รวมวงเงินลงทุนทั้งหมดที่ 105,300 ล้านบาท จากเดิม 111,335 ล้านบาท

         สำหรับรูปแบบ PPP Net Cost รัฐจะลงทุนค่างานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน จำนวน 6,847 ล้านบาทใน รถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลือง จำนวน 6,013 ล้านบาท รวมทั้งให้วงเงินสนับสนุนแก่เอกชนสำหรับงานโยธาไม่เกิน 21,200 ล้านบาทสำหรับรถไฟฟ้าสายสีชมพู และไม่เกิน 22,354 ล้านบาทสำหรับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง

         ขณะเอกชนจะต้องลงทุนงานโยธาส่วนใหญ่ ค่างานระบบรถไฟฟ้า ขบวนรถไฟฟ้า และค่าจ้างที่ปรึกษาโครงการ รวมทั้งงานบริหารการเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการ โดยให้ระยะเวลาเอกชนดำเนินการ 33 ปี ซึ่งรวมระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี 3 เดือน และระยะเวลาสัมปทานเดินรถ 30 ปี ซึ่งเอกชนเป็นผู้จัดเก็บค่าโดยสาร และรับความเสี่ยงของจำนวนผู้โดยสาร

          ทั้งนี้ หากเอกชนสามารถดำเนินงานได้ดีกว่าที่ภาครัฐศึกษาไว้ก็ให้แบ่งปันผลประโยชน์แก่รัฐด้วย ซึ่งจะระบุไว้ใน TOR ด้วย โดยรัฐได้ประเมินจำนวนผู้โดยสารของรถไฟฟ้าสายสีชมพู 2.7 แสนเที่ยว/วัน ส่วนรถไฟฟ้าสายสีเหลือง 2.5 แสนเที่ยว/วัน โดยเบื้องต้นกรอบค่าโดยสารอยู่ที่ 15-45 บาท/เที่ยว

          รมว.คมนาคม กล่าวว่า หลังจาก ครม.อนุมัติแล้ว กระทรวงคมนาคมจะเริ่มกระบวนการเพื่อเปิดประมูลโครงการ โดยจะแต่งตั้งคณะกรรมการตามมาตรา 35 ของ พ.ร.บ.ร่วมทุนเอกชน พ.ศ. 2535 ซึ่งร่างเงื่อนไขการประกวดราคา (TOR) ทางการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) ได้จัดทำไป 90% แล้ว คาดว่าจะเปิดประมูลได้ภายใน 3 เดือนหรือประมาณเดือน มิ.ย.59

         “ครม.ให้เร่งรัดการประมูลให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน จากนี้ไปก็ขอให้คณะกรรมการมาตรา 35 พิจารณากรอบเวลาด้วย”นายอาคม กล่าว

          รมว.คมนาคม กล่าวว่าการเปิดประมูลจะเป็นประมูลแบบนานาชาติที่จะต้องมีเจ้าของเทคโนโลยีรถไฟโมโนเรลเข้าร่วมด้วย ทั้งนี้ปัจจุบันผู้ประกอบการเทคโนโลยีโมโนเรลมีหลายแห่ง อาทิ ยุโรป แคนาดา เกาหลี จีน เป็นต้น

 

ไฟเขียว! โครงการ รถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลือง ‘บิ๊กตู่’ สั่งหาผู้รับเหมาภายใน2เดือน

          ด้าน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สร้างความมั่นใจให้นักลงทุน และเป็นการแก้ปัญหาจราจรใน ทม. ดังนั้น ต้องดำเนินให้รวดเร็ว โดยได้มอบหมายให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี รับไปดำเนินการให้เปิดประมูลให้ได้ 2 เดือนนับจากนี้ พร้อมทั้งให้นำข้อสังเกตจาก รมว.คลัง และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ไปพิจารณาด้วย

            พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบโครงการรถไฟฟ้าจำนวน 2 เส้นทาง ตามมติเห็นชอบของคณะกรรมการ PPP อนุมัติให้เอกชนเข้าลงทุนกับภาครัฐ (PPP) ในรูปแบบ PPP Net Cost โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) ระยะทาง 34.5 กม. วงเงิน 56,691 ล้านบาท และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ระยะทาง 30.4 กม.วง 54,644 เป็นระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) ระยะเวลาดำเนินการ 33 ปี 3 เดือน แบ่งเป็น ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี 3 เดือน และระยะเวลาเดินรถ 30 ปี และเอกชนเป็นผู้จัดเก็บค่าโดยสารและรับความเสี่ยงด้านจำนวนผู้โดยสาร โดยรัฐบาลมีรายจ่ายเฉพาะค่ากรรมสิทธิ์ที่ดิน ที่เหลือเอกชนลงทุนทั้งหมด อาทิ ค่างานโยธา ค่างานระบบรถไฟฟ้าและขบวนรถไฟฟ้า และค่าจ้างที่ปรึกษาโครงการ รวมทั้งบริหารการเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการ  

          นอกจากนี้ ยังอนุมัติค่างานที่เกี่ยวกับการจัดสรรกรรมสิทธิ์ที่ดินและค่าสำรวจอสังหาริมทรัพย์โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูวงเงิน 6,847 ล้านบาทและโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู 6,013 ล้านบาท

         เนื่องจาก รถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลือง ทั้ง 2 เส้นทางเป็นเส้นทางสายรอง ทำให้เอกชนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้นรัฐบาลควรจะมีเงินสนันสนุนงานโยธา ทดังวนั้นรัฐบาลจะอุดหนุนประกอบด้วยโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ไม่เกินกรอบวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ไม่เกินกรอบวงเงิน 2.23 หมื่นล้านบาท โดยจะทยอยผ่อนระยะเวลา 10 ปีจนกรอบกรอบวงเงินอุดหนุน นับตั้งแต่โครงการรถไฟฟ้าเปิดให้บริการเดินรถ ทั้งนี้บริษัทใดกำหนดต้องการให้รัฐบาลอุดนุนน้อยที่สุดจะได้โครงการไป

           ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำชับให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจต้องดำเนินการจัดหาผู้ดำเนินโครงการให้ได้ภายใน 2 เดือน

           อย่างไรก็ตาม สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ตั้งข้อสังเกตุว่า เอกชนควรจะลงทุนในค่างานโยธามากกว่านี้ หรือกำหนดให้ชัดเจนว่าไม่ต่ำกว่า 25 % ขณะเดียวกันกระทรวงการคลังตั้งข้อสังเกตุเช่นกันว่าการกำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 25 % อาจทำให้ไม่มีความยืดหยุ่น  เพราะบริษัทผู้ร่วมเสนอโครงการควรเสนอรับเงินอุดหนุนจากโครงการน้อยที่สุด ดังนั้นข้อสังเกตุดังกล่าวไปพิจารณาในคณะกรรมการประกวดราคาด้วย

 

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

Leave a Reply