ทุบตึก N-PARK บิ๊ก BTS ผุดแนวสูงเจาะภูธร

รูปที่ 3 ทุบตึก N-Park

ทายาทบีทีเอสลุยรถไฟฟ้า-อสังหาฯแสนล้าน ทุบตึก N-PARK ขึ้นคอนโด ควงพันธมิตรบุกภูธร

             เปิดแผนบีทีเอสทุ่มแสนล้านลุยประมูลรถไฟฟ้า-ธุรกิจอสังหาฯ เดินหน้าเนรมิต “ธนาซิตี้” ผุดเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์หรู รับลูกค้า “ไต้หวัน-จีน-ญี่ปุ่น” ผนึก “จีแลนด์” ผุดโปรเจ็กต์มิกซ์ยูส 38 ไร่หมื่นล้านใกล้แดนเนรมิต ทุบทิ้งตึกเก่าเอ็น-พาร์ค หลังโลตัส พหลโยธิน ขึ้นคอนโดฯแนวใหม่ “เดอะไลน์” ลงขัน “ไลน์เปย์” ขยายฐานบัตรแรบบิท เจาะลูกค้าภูธร ต่อยอดธุรกิจบริการและโฆษณา

             นายกวิน กาญจนพาสน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปีนี้บริษัทจะลงทุนและดำเนินการเชิงรุกมากขึ้นใน 4 ธุรกิจ ทั้งรถไฟฟ้า อสังหาริมทรัพย์ สื่อโฆษณา และบัตรแรบบิทการ์ด ให้ครอบคลุมตลาดทุกพื้นที่และทุกเซ็กเมนต์ รวมถึงรองรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลที่จะมาต่อยอดธุรกิจของบริษัทได้มากขึ้น

รุกหนักอสังหาฯแนวรถไฟฟ้า

              “รายได้บริษัทประมาณ 9,000 ล้าน มาจากรถไฟฟ้ากว่า 50% โฆษณา 30-35% ที่เหลืออสังหาฯและบริการ เช่น บัตรแรบบิท อนาคตจะเป็นธุรกิจเติบโตมากขึ้น จากปัจจุบันมีรายได้ 10%”

                ซึ่งรถไฟฟ้าเตรียมเงินลงทุนกว่า 6 หมื่นล้านบาท เข้าร่วมประมูลรถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) และสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) รวมถึงจัดหาระบบและเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวต่อขยาย 2 เส้นทางจากหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และแบริ่ง-สมุทรปราการ จะเป็นโครงข่ายต่อเชื่อมกับรถไฟฟ้าบีทีเอสที่ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) รับจ้างเดินรถให้กรุงเทพมหานคร (กทม.)

              ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะลงทุนประมาณ400-500 ล้านบาท พัฒนาโครงการเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์กว่า 100 ห้องในโครงการธนาซิตี้ กอล์ฟ แอนด์ สปอร์ต คลับ บนถนนบางนา-ตราด กม.14 ยังมีที่ดินเหลือ 300 ไร่ ขณะนี้เริ่มก่อสร้างแล้ว จะแล้วเสร็จปลายปี 2560 รองรับลูกค้าจากไต้หวัน จีน และญี่ปุ่น ทำงานในนิคมอุตสาหกรรมโซนตะวันออก ภายในโครงการจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่บริษัทได้ปรับปรุงสปอร์ตคลับไปก่อนหน้านี้

             “โครงการธนาซิตี้เราไม่เคยหยุดลงทุน แต่ทยอยพัฒนา เราไม่รีบ อนาคตรัฐจะสร้างรถไฟฟ้าไลต์เรลจากบางนา-สุวรรณภูมิ จะมาซัพพอร์ตโครงการให้เดินทางสะดวกมากยิ่งขึ้น” นายกวินกล่าวและว่า

                นอกจากนี้จะลงทุนโครงการคอนโดมิเนียม ภายใต้บริษัท บีทีเอส แสนสิริ โฮลดิ้ง มีข้อตกลงร่วมกับ บมจ.แสนสิริ จะพัฒนาคอนโดมิเนียมแบรนด์ “เดอะไลน์” 25 โครงการ มูลค่าร่วม 1 แสนล้านบาทใน 5 ปี ซึ่งปีนี้มีแผนเปิดขาย 5 โครงการ มูลค่ากว่า 2.5 หมื่นล้านบาท อาทิ เดอะไลน์ วงศ์สว่าง เดอะไลน์ พหลโยธิน พาร์ค ซึ่งแสนสิริจะเป็นคนออกแบบพัฒนาและการขายโครงการ

14611472701461147303l

ทุบตึก N-PARK

ทุบตึก N-PARK

            “เดอะไลน์ พหลโยธิน พาร์ค เป็นคอนโดฯในแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียว ติดกับคอนโดฯแอ็บสแตร็กส์ ที่ซื้ออาคารเก่าของแนเชอรัลพาร์ค (N-PARK) 3 ตึก พื้นที่ 21 ไร่มาพัฒนา ซึ่งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เปิดขายตึกแรก 1,012 ยูนิต เหลืออีก 2 ตึก ซึ่งแสนสิริจะทุบทิ้งและดีไซน์แบบห้องใหม่ ให้ทันสมัย”

              ขณะที่ที่ดินใกล้บีทีเอส สถานีหมอชิต 21 ไร่ ปีที่ผ่านมานำที่ดิน 5 ไร่ พัฒนาคอนโดฯเดอะไลน์ จตุจักร-หมอชิต สูง 43 ชั้น 841 ยูนิต มูลค่า 5,700 ล้านบาท ล่าสุดจะนำที่ดินด้านข้าง 11 ไร่ พัฒนาอาคารสำนักงาน มูลค่า 8,000 ล้านบาท โดยบีทีเอสจะลงทุนเอง

            อีกทั้งจะนำที่ดินติดบีทีเอส สถานีพญาไท 5 ไร่ พัฒนาโครงการมิกซ์ยูสมีโรงแรมและอาคารสำนักงาน กำลังขออนุมัติรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) มูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท เป็นการร่วมมือทางธุรกิจกับ บมจ.ยู ซิตี้ (U) หรือเอ็น-พาร์คเดิมในสัดส่วน 35%

ผนึกจีแลนด์ลุยบิ๊กโปรเจ็กต์

           นายกวินกล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับ บมจ.แกรนด์ คาแนล แลนด์ หรือจีแลนด์ สัดส่วน 50 : 50 ซื้อที่ดิน 38 ไร่ บริเวณโครงการบางกอกโดมเดิม ตรงข้ามแดนเนรมิต มีแผนจะนำมาพัฒนาโครงการและตัดขายบางส่วน อยู่ระหว่างคิดรูปแบบโครงการ อาจจะเป็นโครงการมิกซ์ยูสคล้ายกับโครงการแกรนด์ สแควร์ พระราม 9

           ด้านบัตรแรบบิท ดำเนินการโดย บจ.บีเอสเอส โฮลดิ้งส์ ปีนี้จะเป็นธุรกิจเติบโตมากที่สุดถึง 50% หลังขยายพันธมิตรเพิ่มขึ้น ล่าสุดเข้าร่วมลงทุนกับบริษัท ไลน์ บิซ พลัส หรือ Line Pay สัดส่วน 50 : 50 จากทั้งหมด 1,500 ล้านบาท ในบริการแรบบิทไลน์เปย์ ซึ่งไตรมาส 4 นี้จะเปิดบริการทั่วประเทศ

จับมือไลน์ขยายฐานแรบบิท

          “เราลงทุน 750 ล้านบาท เพื่อขยายฐานบัตรแรบบิทไปต่างจังหวัดเพิ่ม จากปัจจุบันมีสมาชิกบัตร 5 ล้านใบ และให้บริการเฉพาะกรุงเทพฯ ตั้งเป้าปี′61 จะมีสมาชิก 10 ล้านคน และกำลังมองหาพันธมิตรเพิ่มในส่วนของรีเทล”

          โดยผู้ใช้บริการแรบบิทไลน์เปย์จะมีความสะดวกสบายจากระบบชำระเงินผ่านร้านค้าทั้งออนไลน์และออฟไลน์ต่อไปไม่ต้องพกเงินสดสามารถใช้บัตรนี้ขึ้นรถไฟฟ้าซื้อของต่อไปจะใช้ร่วมกับระบบขนส่งอื่นๆได้ด้วยเนื่องจากบริษัทจะเข้าร่วมระบบตั๋วร่วมของรัฐบาลจะเริ่มใช้เดือนส.ค.นี้ ขณะเดียวกันลูกค้าคอนโดฯเดอะไลน์ สามารถใช้บัตรแรบบิทเป็นคีย์การ์ดเข้าใช้บริการในโครงการได้ จะเริ่มที่เดอะไลน์ สุขุมวิท 71 และเดอะไลน์ หมอชิต-จตุจักร ในปีหน้า

         ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า แผนร่วมทุนบีทีเอส-แสนสิริ พัฒนาคอนโดฯแบรนด์ เดอะไลน์ 6 โครงการ ได้แก่ เดอะไลน์ สุขุมวิท 71 มูลค่า 2,000 ล้านบาท พื้นที่ 1 ไร่เศษ สูง 28 ชั้น 291 ยูนิต, เดอะไลน์ จตุจักร-หมอชิต มูลค่า 5,700 ล้านบาท พื้นที่ 5 ไร่ สูง 43 ชั้น 841 ยูนิต, เดอะไลน์ ราชเทวี มูลค่า 2,800 ล้านบาท พื้นที่ 1 ไร่เศษ สูง 38 ชั้น 231 ยูนิต, เดอะไลน์ พหลโยธิน พาร์ค มูลค่า 3,500 ล้านบาท พื้นที่ 2 ไร่เศษ สูง 33 ชั้น 855 ยูนิต, เดอะไลน์ วงศ์สว่าง มูลค่า 5,100 ล้านบาท พื้นที่ 6 ไร่ สูง 36 ชั้น 1,287 ยูนิต และเดอะไลน์ เพชรบุรี 18

 

ภาพ : www.tnnthailand.com    /   ข้อมูล : www.prachachat.net/news_detail

Leave a Reply