Senior Living เน้นสิทธิการเช่าระยะยาวเวิร์กสุด

Senior Living

Senior Living

สภากาชาดแนะทำ Senior Living ผู้สูงวัยควรมีเงินออม 1-5 ล้าน

                 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้จัดสัมมนาหัวข้อ “ทิศทางการพัฒนาที่อยู่อาศัย เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ” โดย พ.ญ.นาฎ ฟองสมุทร ผู้บริหารโครงการที่พักผู้สูงอายุ สภากาชาดไทย กล่าวว่า ทัศนคติคนไทย ชีวิตดีเริ่มเมื่ออายุ 60 ปี ให้ล้างภาพผู้สูงอายุไทยเมื่อ 20 ปีที่แล้วออกไป ตอนนั้นไม่ Active สันโดษ รักความสงบ ปัจจุบันสังคม Social Media มีกิจกรรมเยอะแยะมากมาย การวาง Product ให้สอดคล้องจึงสำคัญ

                  วันนี้ทุกคนพูด Population Tsunami คนที่เข้าสู่อายุวัยเกษียณทำให้มี Demand ที่อยู่และอุปกรณ์สำหรับผู้สูงวัยจะมีสูงมาก มีเวลาอีก 5-10 ปี โดยปี 2030 จะมีจำนวนสูงมาก ลอง Focus ที่ประชากรสูงวัยผู้หญิงจะมีจำนวนมาก ตัวอย่างปี 2015 ยังมีอยู่แต่ประชากรหญิงสูงวัยจะมีถึง 53% ที่อยู่อายุเกิน 90 ปี ต้องเริ่มคิดทำธุรกิจเพื่อตอบโจทย์ตรงนี้

                  ความมั่นคงของภาวะผู้สูงวัย คือ ความมั่นคงทางรายได้ กลุ่มชนชั้นกลางที่ต้องมีเงินเก็บ ณ วันนี้ต้องมี 3-5-7 ล้านบาท ในส่วนของโรคต่างๆ จากการสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ถ้าถนอมสุขภาพตั้งแต่ตอนนี้จะไม่มีปัญหาเรื่องนี้ และที่อยู่อาศัย ผู้สูงอายุต้องการการดูแล Elder Care โดย Developer สามารถร่วมมือกับโรงพยาบาลได้ ซึ่งกุญแจสำคัญ คือ ต้องมีพันธมิตรดูแลด้าน Health Care ได้ เพราะไม่ได้ขายตัวอสังหาริมทรัพย์อย่างเดียว Senior Living ไม่ใช่ Pure Development แต่เป็น Lifestyle Development ซึ่งต้องการผู้ดูแลเขาที่เหมาะสม

              นักพัฒนาที่ดิน จำเป็นต้องมีพันธมิตรคนที่เชี่ยวชาญด้าน Health Care โรงพยาบาลต่างๆ คุณภาพชีวิตประจำวัน กิจกรรม การกินอยู่ ต้องมีผู้ชำนาญการด้าน Hospitality ทำโดดๆ คนเดียวไม่สำเร็จ ต้องมีกลุ่มพันธมิตร เริ่มจากการมอง Segment ในประเทศไทยไม่ใช่ลูกค้าเฉพาะคนไทย แต่มีคนต่างชาติมาเกษียณในเมืองไทย ตอนนี้มาเลเซียแข่งขันดึงผู้สูงวัยไปเกษียณที่บ้านเขา เป็นนโยบาย Home Second Home ไม่ได้พักอาศัยเต็มเวลา แต่พักแบบหมุนเวียนหลายสถานที่ สามารถขายแบบ Freehold หรือโอนกรรมสิทธิ์, สิทธิการเช่า ข้อแนะนำคือทำแบบสิทธิการเช่า เพราะกำหนดคุณสมบัติผู้พักอาศัยได้ สามารถจัดหาบริการที่เขาเป็นผู้ได้รับบริการโดยเฉพาะ

                 ตัวอย่างในตลาดต่างประเทศ อาทิ Scandinavian Village บางแสน ชลบุรี, Vivo Bene เชียงใหม่, ซันซารา สนามกอล์ฟ Black Mountain หัวหิน ร่วมทุนกับออสเตรเลีย, Sunplay บางเสร่ ทุนไทยร่วมกับออสเตรเลีย ล่าสุดคือ กมลา Senior Living  ภูเก็ต กำลังจะเปิดตัวภายในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งโอกาสของตลาด มองว่าทำเลภูเก็ต Expat ที่ทำงานในโซนฮ่องกง สิงคโปร์ ฝรั่งที่มาใช้ชีวิตในเอเชียมาก มองหาโครงการระบบดูแลที่เหมาะสม เมืองไทยมีศักยภาพสำหรับตลาดนี้

                  โดยตลาดต่างชาติเกี่ยวพันกับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้ง Long Stay ให้เป็น Longer Stay คือ ทิศทางที่รัฐบาลไทยจะส่งเสริมเพื่อให้อยู่นานขึ้น นำไปสู่การตัดสินใจพำนักถาวรในที่สุด สำหรับตลาดคนไทย มีทั้งกำลังซื้อสูงและปานกลาง, ปัจจุบันเขตเมือง Urban Senior Living มองว่ากระจุกในกรุงเทพฯ เพราะผู้สูงอายุชอบอยู่ในกรุงเทพฯ ​เพราะมีคนเข้าใจผิดคิดว่าคนกรุงเทพฯ อยากไปเกษียณที่เชียงใหม่ แต่จากการสำรวจ คือ ต้องการอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดิมๆ มีบริการการแพทย์ที่เหมาะสม ในกรุงเทพฯ จึงควรมีโครงการที่เป็น Urban ราคาแพงเขาก็ยินดีจ่าย

                  ขณะเดียวกันตลาดลูกค้าระดับกลาง ทำเลอาจต้องเกาะทำเลชานเมือง เช่น สวางคนิเวศ อยู่บางปูเพื่อให้สามารถเข้าถึงได้ affordable และปีนี้ดาวเด่น คือโครงการจิณณ์ ของโรงพยาบาลธนบุรี มี CCRC ครบ นำ Health Care มาใส่แบบจัดเต็ม แต่มีข้อคิดฝากไว้ คือ คนที่เข้าสู่ Health Care จริงๆ ความต้องการ Lifestyle  และมี Demand เพียง 2-3%

                  นอกจากนี้มี Villa มีสุขฯ, บางไทร, สวางคนิเวศ, Senior Complex บางละมุง ต่อยอดจากสวางคนิเวศของสภากาชาดไทย ร่วมกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พัฒนาบนที่ดินริมทะเล 50 ไร่ อีกทั้งยังมีตลาด Retirement ซึ่ง Developer แนะนำว่าปลอ่ยให้โรงพยาบาลทำ เพราะมีความเชี่ยวชาญกว่า สำหรับโครงการสวางคนิเวศ สภากาชาดไม่ได้ขายบ้าน แต่นำเสนอวิถีชีวิตแนวใหม่ ให้ผู้สูงอายุได้อยู่อยางปลอดภัยและมีความสุข ปัจจุบันสภากาชาดไทยเป็นทั้ง Developer และ Operator พัฒนาโครงการและดูแลด้านบริการต่างๆ

                  รูปแบบ ผู้สูงอายุที่เคยอยู่บ้านหลังใหญ่ เริ่มไม่มีความต้องการพื้นที่กว้าง จึงจัดให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับอยู่อาศัยในห้องชุด ขณะเดียวกันเน้นให้ออกไปใช้ชีวิตในพื้นที่ส่วนกลาง รูปแบบเป็นสิทธิการเช่า อยู่ได้ตลอดชีวิต เงินเพียง 1 ล้านบาท ค่าส่วนกลาง 2,500 บาท/ห้อง มีค่าใช้จ่ายต่อเดือน 15,000-20,000 สามารถอยู่ได้อย่างมีความสุข

                  ทั้งนี้ ผู้สูงวัยหญิง กำลังซื้อระดับกลาง มองเรื่องความปลอดภัย, แบรนด์ของผู้พัฒนาโครงการ เพราะเขาฝากชีวิตไว้, มีอาสาสมัครร่วมทำกิจกรรม Day Care ด้วยกัน แนวคิดคือ “ดูแลให้ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่เป็นอันตรายต่อตัวเองและผู้อื่น” แต่ถ้าถึงระดับที่ประเมินว่าอาจไม่เหมาะสมจะมี existence plan โดยอาจให้ย้ายออกไปอยู่ Nursing Home เป็นต้น ส่วนตลาดล่าง กลุ่มที่จะเลี้ยงตัวเองได้ มีข้าราชการ ทำงานในกรุงเทพฯ และกำลังซื้อระดับกลาง ระมัดระวังการใช้จ่าย ในขณะที่กลุ่มกำลังซื้อระดับล่าง แนวทางต้องเป็นรัฐสวัสดิการ

                  อนึ่ง รายละเอียด โครงการ Senior Complex บางละมุง มี 600 ยูนิต รูปแบบเดียวกับสวางคนิวาส ผู้พัฒนาต้องควานหาผู้สูงอายุ อยู่ในเมือง มีกำลังซื้อ และต้องการบริการสำหรับผู้สูงวัย ยังมีโอกาสทางการลงทุนพัฒนาโครงการได้อีกมาก

 

ภาพ : บ้านและสวน     /    ที่มา : www.prachachat.net/property/ 

Leave a Reply