โครงการอนุรักษ์ โดยพระราชินี ของปวงชนชาวไทย

โครงการอนุรักษ์ โดยพระราชินี

โครงการอนุรักษ์ โดยพระราชินี

                 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ “ราชินีผู้สิริโฉม” พระอัครมเหสีคู่พระบารมี แห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้ทรงแสดงพระจริยวัตรอันคู่ควรแก่ความเป็นพระแม่อยู่หัวของชาวไทย โดยพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ในเบื้องต้นที่สำคัญ อันเป็นที่สรรเสริญของพสกนิกรทั่วไป คือ การเป็น “สมเด็จแม่” ของพระราชโอรส และพระราชธิดาทั้ง 4 พระองค์ ทรงเอาพระทัยใส่ในการเลี้ยงดูด้วยพระองค์เองอย่างใกล้ชิดสนิทสนม อีกทั้งยังมีการเสด็จออกเยี่ยมราษฎรอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งได้ทรงดูแลประดุจลูกๆ ของพระองค์เอง ทำให้ยิ่งนานวันความจงรักภักดีของประสกนิกรชาวไทยต่อพระองค์ก็ยิ่งมีมากขึ้น

                 วันนี้ทาง Property Insight ขอนำเสนอเกร็ดพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจ บางประการของสมเด็จพระนางเจ้าฯ ที่มีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาที่ดิน พัฒนาพื้นที่ทำกิน เพื่อช่วยเหลือเหล่าราษฎรที่ลำบาก ตกทุกข์ได้ยาก…โครงการอนุรักษ์ โดยพระราชินี ของปวงชนชาวไทย

 

บ้านเล็กในป่าใหญ่

                วันที่ 4 มีนาคม 2534 ขณะที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง เพื่อไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎรที่บ้านห้วยหล่อดูก ตำบลม่อนจอง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ได้ทอดพระเนตรเห็นผืนป่าในเขตอำเภออมก๋อยที่กว้างใหญ่แม้จะยังมีสมบูรณ์ของป่า แต่ก็มีหมู่บ้านเล็กหมู่บ้านน้อยตั้งเป็นหย่อมๆ แทรกอยู่ในความหนาทึบของป่าไม้ ทรงห่วงใยต่อผืนป่าใหญ่ของประเทศที่เหลืออยู่น้อยแห่ง ขณะเดียวกันก็ทรงคิดถึงราษฎรที่อาศัยอยู่ในป่าแห่งนี้มานานแล้ว จึงได้มีพระราชกระแสว่าเขาเคยอยู่อย่างไรก็ให้เขาอยู่อย่างนั้น แต่เราเข้าไปส่งเสริมคุณภาพชีวิต

            …ถ้าเราสามารถร่วมกันจัดระบบได้ดี คน กับ ป่า ก็คงจะอยู่ร่วมกันได้ โดยไม่ต้องทำลายซึ่งกันและกัน และแผ่นดินที่เสื่อมโทรมผืนนี้ ก็จะกลับคืนมาเป็นประโยชน์มหาศาลแก่พวกเรา…

             โครงการ “บ้านเล็กในป่าใหญ่” คือ การจัดระบบหมู่บ้านให้อยู่ร่วมกัน และพัฒนาให้มีความเจริญในด้านต่างๆ ทั้งในด้านการส่งเสริมอาชีพทางการเกษตร เพาะปลูกพืชต่างๆ เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงปลา การรับจ้างปลูกป่า และรายได้จากศิลปาชีพโดยได้เลือก หมู่บ้านห้วยไม้หก ตำบลม่อนจอง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง เป็นหมู่บ้านตัวอย่างของโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่

 

โครงการอนุรักษ์ โดยพระราชินี โครงการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว

                ปีพุทธศักราช 2525 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ผ่านเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเป็นป่าผืนใหญ่ ซึ่งยังเหลืออยู่ไม่กี่แห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทรงมีพระราชดำรัสว่า

              พื้นที่บนภูเขาเป็นที่ราบสูง กว้างขวาง มีสภาพป่าที่สมบูรณ์ และยังมีสัตว์อยู่ มากมายหลายชนิด เหมาะสมที่จะอนุรักษ์ให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า และพัฒนาให้เป็นสวนสัตว์ป่าเปิด ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ และส่งเสริมการท่องเที่ยวต่อไปในอนาคต
             การที่จะดำเนินการให้เป็นผลสำเร็จนั้น จะต้องยับยั้งไม่ให้ประชาชนบุกรุกป่า และล่าสัตว์ โดยพัฒนาหมู่บ้านบริเวณใกล้เคียงภูเขียวทั้งหมด ให้มีความเจริญ พร้อมทั้งส่งเสริมอาชีพ ให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้ อย่างมีความอยู่ดีกินดี ส่งเสริมให้ประชาชน มีความรับผิดชอบ รักป่าและสัตว์ป่า จะได้ช่วยกันดูแล ป้องกันมิให้ราษฎร จากหมู่บ้านอื่นๆ ขึ้นไปล่าสัตว์ป่าด้วย

               จากพระราชดำรัสดังกล่าว ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงสนองพระราชดำริ โดยในวันที่ 28 กรกฎาคม 2530 ราชเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าประชุมเพื่อจัดทำแผนงาน “โครงการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว” ขึ้นที่บริเวณรอยต่อ อำเภอหนองบังแดง อำเภอคอนสาร อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ

               สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินกระทำพิธีปล่อยสัตว์ป่า ที่บริเวณทุ่งกะมัง เมื่อ 21 ธันวาคม 2535 ในพิธีดังกล่าว มีประชาชนในหมู่บ้านรอบภูเขียว จำนวนมากมอบอาวุธล่าสัตว์ป่า และกล่าวปฏิญาณตนว่าจะไม่เข้าไปล่าสัตว์ป่า และบุกรุกทำลายป่าอีกต่อไป

 

ฟาร์มตัวอย่าง

                 ป่าไม้เป็นแหล่งที่ก่อให้เกิดความชุ่มชื้น แล้วค่อยๆ ระบายลงน้ำเป็นธารน้ำ ลำคลอง และแม่น้ำ ขณะเดียวกันก็ป้องกันไม่ให้น้ำไหลลงมาท่วมบ้านเรือนไร่นาได้รับความเสียหาย เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการรุกพื้นที่ป่าทำไร่เลื่อนลอยและปลูกฝิ่น ทรงมีพระราชดำริจัดทำ “ฟาร์มตัวอย่าง”

                 ดังที่ได้พระราชทานพระราชดำรัสแก่คณะบุลคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯถวายชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา วันเสาร์ที่ 11 สิงหาคม 2544

         ...ที่ข้าพเจ้าตั้งฟาร์มตัวอย่างขึ้นใหม่ ก็ใช้เงินศิลปาชีพที่ท่านทั้งหลายทั่วประเทศไทย ช่วยอุดหนุนส่งเงินมาให้สมทบทุน มูลนิธิศิลปาชีพ ข้าพเจ้าก็ซื้อที่ดินจำนวนหนึ่งบนเขาที่เชียงใหม่ ที่มีชาวเขาที่ยากจนมากมาย และเขาเสพฝิ่นอยู่แต่อาหารการกินเขาแย่ เขามาพูดกับข้าพเจ้าว่า ถ้าแม่หางานให้หมู่บ้านเฮาได้ หมู่เฮาจะฟันทั้งหมดเลยพวกฝิ่น จะตั้งหน้าตั้งตาทำงาน
        …สอนชาวบ้านให้สะสมอาหารเพิ่มขึ้น จะได้ไม่มีปัญหาในเรื่องอาหารการกิน และต้องการให้ทุกๆ คนที่ข้าพเจ้าพบปะได้มีอาชีพ ได้มีทางทำมาหากิน คือรับเขาเข้ามาและจ่ายเงินให้เขาเป็นลูกจ้างในฟาร์มตัวอย่างนั้น ในเวลาเดียวกันเขาก็เห็นวิธีเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ เลี้ยงแกะ เลี้ยงอะไรทั้งหลายแหล่ และต่อไปถ้าเขาจะแยกตัวออกไปเลี้ยงสัตว์ต่างๆ ทำฟาร์มของเขา ก็จะเป็นผลดี เขาได้มาฝึกทำที่นี่แล้ว…

 

         ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม ปวงชนชาวไทยทั้งภาครัฐบาลและเอกชนจึงได้ร่วมกันกำหนดให้วันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันแม่แห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2519 เป็นต้นมา

              เนื่องในโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมพรรษา ขอถวายพระพรให้ทรงพระสำราญ มีสุขภาพพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ อยู่เป็นมิ่งขวัญ เป็นพระบารมีคุ้มเกล้าพสกนิกรชาวไทย ต่อไปชั่วกาลนาน 

เรียบเรียงจาก : www.trueplookpanya.com        /     ภาพ : ourking.in.th

Leave a Reply