‘สัปปายะสภาสถาน’ คืบหน้าโปรเจ็กต์สภาแห่งใหม่

สัปปายะสภาสถาน

เช็กคืบหน้าสภาใหม่ ‘สัปปายะสภาสถาน’ โปรเจ็กต์ยักษ์กับปัญหาที่ไม่รู้จบ

เช็กคืบหน้าสภาใหม่ สัปปายะสภาสถาน โปรเจ็กต์ยักษ์กับปัญหาที่ไม่รู้จบ

            ยังคงดำเนินการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง สำหรับ ‘สัปปายะสภาสถาน’ หรือรัฐสภาแห่งใหม่ บนพื้นที่ 123.26 ไร่ กับพื้นที่อาคาร 50.65 ไร่ ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง หลังจากที่ประสบปัญหาคาราคาซังกันมาเนิ่นนาน โดยเฉพาะปัญหาเรื่องดิน 1 ล้านคิว จนส่งผลกระทบกับการก่อสร้าง งานไม่สามารถที่จะเดินไปต่อได้ เพราะดินกองพะเนินเทินทึกค้างอยู่ในไซต์งาน ทำให้การก่อสร้างชั้นใต้ดินล่าช้า ไม่สามารถที่จะสร้างชั้นต่อไปได้ เนื่องจากดินเป็นกรรมสิทธิ์ของสภา ตามที่ได้มีการตกลงในสัญญา

            จนกระทั่งบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะ “ผู้รับจ้าง” ได้ประมูลซื้อดินเองและบริจาคให้กับผู้ที่ต้องการดินฟรี โดยจะต้องนำรถมารับดินที่ไซต์งาน ทำให้ปัญหาเรื่องดินได้รับการแก้ไขและเคลียร์ดินออกจากพื้นที่ได้ทั้งหมด เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้เริ่มการก่อสร้างตัวอาคารหลักอย่างเต็มรูปแบบ แม้จะเสียเวลาไปไม่น้อย หลังจากที่มีการขยายระยะเวลาก่อสร้างจากวันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 ออกไป 387 วัน โดยจะสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 15 ธันวาคม 2559

            อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันการก่อสร้างตัวอาคารคืบหน้า 25% คนงานในพื้นที่ 1,600 คน และวิศวกรอีกนับร้อยเร่งทำงานตั้งแต่เช้ายันดึก จนตัวอาคารเริ่มโผล่พ้นจากดิน โดยกำลังมีการก่อสร้างชั้นที่ 1 และ 2 ส่วนชั้นใต้ดิน B2 อยู่ใต้ดินลึกลงไป 10 เมตร ที่เป็นชั้นจอดรถ มีขนาดพื้นที่ 80,000 ตร.ม.หรือ 50 ไร่ การก่อสร้างโครงสร้างได้ดำเนินการแล้วเสร็จ 100% ยังเหลือการเก็บรายละเอียดอีกเพียงเล็กน้อย ส่วนชั้น B1 ชั้นจอดรถเช่นกันยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง โครงสร้างโดยรวมแล้วเสร็จกว่า 80% โดยทางโครงการประเมินว่าการก่อสร้างจะเป็นไปอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เพราะปัญหาหลักอยู่ที่การก่อสร้างชั้น B1-2 เพราะมีขนาดกว้างมากที่สุด ที่ผ่านมาติดปัญหาเรื่องดินที่ค้างอยู่ เมื่อเคลียร์ดินหมด ทำให้การทำงานสะดวกมากยิ่งขึ้น

           เมื่อโครงสร้างหลักแล้วเสร็จ การดำเนินการต่อไปคือการวางระบบ ทั้งประปา ไฟฟ้า และการสื่อสาร ซึ่งจะเป็นขั้นตอนที่จะต้องใช้การลงทุนสูงมาก เพราะระบบการสื่อสารจะเป็นระบบไฮเทคครบวงจร และดำเนินการควบคู่ไปกับการสถาปัตยกรรมภายใน แต่ก็เชื่อว่าปัญหาต่อไปที่จะเกิดขึ้นในช่วงสถาปัตยกรรม เพราะมีการออกแบบห้องโถงที่ต้องใช้แก่นไม้สัก 5,000 ต้น ทำเป็นผนังรอบห้อง แล้วจะหาไม้สัก 5,000 ต้นได้จากที่ไหน และเมื่อวันนั้นมาถึงก็อยู่ที่ว่าจะแก้ปัญหานี้ต่อไปอย่างไร จะใช้สิ่งอื่นทดแทนได้หรือไม่

           อย่างไรก็ตาม แม้การก่อสร้างอาคารหลักจะดำเนินการก่อสร้างไปได้ด้วยดี แต่ก็ยังติดปัญหาพื้นที่ส่งมอบ เพราะผู้รับเหมายังไม่ได้รับการส่งมอบพื้นที่ทั้งหมด อีกจำนวน 22.20 ไร่ ที่ผ่านมาได้รับการส่งมอบพื้นที่แล้ว 8 ครั้ง ครั้งแรก เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2556 จำนวน 47.32 ไร่ ครั้งที่ 2 รับส่งมอบวันที่ 6 กันยายน 2556 จำนวน 15.95 ไร่ ครั้งที่ 3 ได้รับการส่งมอบ วันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 จำนวน 17.07 ไร่ ครั้งที่ 4 รับส่งมอบวันที่ 19 พฤษภาคม 2557 จำนวน 10.76 ไร่

            ครั้งที่ 5 รับส่งมอบวันที่ 23 กรกฎาคม 2557 จำนวน 3.68 ไร่ ครั้งที่ 6 รับส่งมอบวันที่ 20 พฤศจิกายน 2557 จำนวน 6.28 ไร่ ครั้งที่ 7 รับส่งมอบวันที่ 29 ธันวาคม 2558 ได้รับการส่งมอบที่ดินที่เหลือจากการส่งมอบครั้งที่ 6 ครั้งที่ 8 รับส่งมอบวันที่ 3 มีนาคม 2559 เป็นพื้นที่ห้องสมุดการเรียนรู้ดุสิตของ กทม. ที่มีการทุบรื้อถอนตัวอาคารแล้ว

           ปัจจุบันพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับการส่งมอบคือพื้นที่โรงเรียนโยธินบูรณะ และชุมชนองค์การทอผ้า เพราะแม้ว่า ร.ร.โยธินบูรณะจะมีการย้ายออกไปยังโรงเรียนแห่งใหม่ พร้อมทั้งคืนพื้นที่ให้กับรัฐสภาแล้ว แต่การรื้อถอนตัวอาคารทั้งหมดอยู่ในความดูแลของรัฐสภา โดยจะรื้อถอนและส่งมอบได้ในช่วงเดือนตุลาคมนี้ ส่วนชุมชนองค์การทอผ้าจะย้ายออกก็ต่อเมื่อที่พักทดแทนแล้วเสร็จ ซึ่งก็เป็นผลกระทบที่ทำให้การก่อสร้างล่าช้าออกไปอีก และไม่มีทางที่จะสร้างเสร็จทันวันที่ 15 ธันวาคมนี้แน่นอน

            เพราะหากได้รับพื้นที่ ร.ร.โยธินบูรณะและชุมชนทอผ้าแล้ว ในเดือนตุลาคม บริเวณจุดดังกล่าวก็จะมีการก่อสร้างใต้ดิน ทำทางเดินเชื่อมตัวอาคารหลักและมีการจัดแสดงความเป็นมาของรัฐสภา โดยด้านบนจะเป็นพื้นที่สวนหย่อมหรือลานประชาชน ที่เป็นพื้นที่ไว้ใช้รองรับประชาชนหากมีการชุมนุม

            ดังนั้นแน่นอนว่า ทาง “ผู้รับจ้าง” จะต้องมีการขอขยายเวลาเพิ่มอีกแน่นอน เพราะที่ผ่านมา “ผู้ว่าจ้าง” หรือรัฐสภา เป็นผู้ผิดเงื่อนไขสัญญาเอง ตั้งแต่การส่งมอบพื้นที่ล่าช้าและการขนดินออกจากพื้นที่ล่าช้า เพราะเดิมในสัญญากำหนดไว้ชัดเจนว่าจะต้องขุดดินออกให้แล้วเสร็จภายใน 251 วัน แต่การดำเนินการจริงมีการดำเนินการร่วม 600 วัน โดย “ผู้รับจ้าง” จะมีการร้องขอชดเชยเวลาอีกประมาณ 600 วัน และได้มีการเสนอขอไปยังรัฐสภาแล้ว

            เดิมสัญญาการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ลงนามเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2556 และสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 เป็นเวลา 900 วัน และมีการต่อสัญญาครั้งที่ 2 อีก 387 วัน โดยจะสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 15 ธันวาคม 2559 และหากมีการต่อสัญญาครั้งที่ 3 ออกไปอีก 600 วัน เท่ากับว่าใช้เวลากับการก่อสร้างสัปปานะสภาสถาน ร่วม 6 ปี และจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2561

จึงอยู่ที่เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่าจะมีการพิจารณาอย่างไร!!

 

ภาพ : www.manager.co.th    /   ที่มา : www.prachachat.net

Leave a Reply