ผุด ‘ไทยมาร์ต’ ในบาห์เรน เจาะซาอุฯ!!

ทุนไทยจับมือบิ๊กอสังหาฯบาห์เรน ทุ่มหลักพันล้าน! ผุด ‘ ไทยมาร์ต ‘ ชน ‘ดรากอนซิตี’ จากจีน เล็งเป้าใหญ่เจาะลูกค้าจากซาอุฯ 30 ล้านคน เป็นสะพานช่วยฟื้นความสัมพันธ์ เปิดตัวทางการ 1 ม.ค. 62 ชี้! หากสำเร็จ เล็งเปิดต่ออีกหลายประเทศในตะวันออกกลาง

นายอัครวุฒิ ตั้งศิริกุศลวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวก้า อินเตอร์เทรด แอนด์ เอ็กซิบิชั่น จำกัด บริษัทผู้จัดการแสดงสินค้าระดับนานาชาติในภูมิภาคตะวันออกกลาง แอฟริกา และตลาดใหม่อื่น ๆ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า บริษัทได้มีความร่วมมือกับ ดิยาร์ อัล มูฮาร์รัค (Diyar Al Muharraq) หนึ่งในบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในประเทศบาห์เรน ในการจัดตั้ง ‘ไทยมาร์ต’ (THAIMART) ซึ่งจะเป็นคอมมิวนิตีมอลล์ ที่ให้บริการจำหน่ายสินค้าและบริการจากประเทศไทยเป็นหลัก แห่งแรกในตะวันออกกลาง ณ กรุงมานามา เมืองหลวงของบาห์เรน

ไทยมาร์ต

สำหรับพื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่ในย่านเศรษฐกิจใหม่ เนื่องจากรัฐบาลบาห์เรนได้ให้กรรมสิทธิ์ต่างชาติถือหุ้นได้ 100% ในบริษัทที่จดทะเบียน ดังนั้น ความร่วมมือครั้งนี้ทางเวก้าจะถือหุ้นในสัดส่วนที่มากกว่า แต่ไม่ขอเปิดเผยว่าเท่าใด ขณะที่ ดิยาร์ อัล มู ฮาร์รัค ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดิน จะถือหุ้นน้อยกว่า การลงทุนครั้งนี้ใช้เงินหลักพันล้านบาท พื้นที่รวม 6,706 ตารางเมตร แบ่งเป็น 200 คูหา มีความคืบหน้าในการก่อสร้างแล้ว 70% กำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ม.ค. 2562 ทั้งนี้ ในสัญญาที่เซ็นกันไว้ หากโครงการนี้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายจะร่วมกันผลักดัน ‘ไทยมาร์ต’ ให้เกิดขึ้นในประเทศอื่น ๆ ด้วย เน้นในตะวันออกกลาง เป็นหลัก

“ไทยมาร์ตจะเป็นโอกาสของสินค้าและบริการของไทย ทั้งค้าปลีก ค้าส่ง และเป็นเวทีในการเจรจาธุรกิจ สามารถทำตลาดทั้งในลักษณะออฟไลน์และออนไลน์ได้ โดยพื้นที่ติดกับโครงการยังมีคลังสินค้าและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ให้ผู้ค้าเช่า เพื่อช่วยอำนวยความสะดวก เนื่องจากประชากรของบาห์เรนมีเพียง 1.3 ล้านคน เป้าหมายหลักของโครงการจึงเป็นลูกค้าจากซาอุดีอาระเบีย ที่มีประชากรมากที่สุดในภูมิภาคนี้ ถึง 30 ล้านคน และนิยมเดินทางโดยขับรถยนต์ข้ามสะพานคิงฟาฮัดเข้ามาพักผ่อนและมาซื้อสินค้าในบาห์เรนจำนวนมาก ที่ผ่านมาความสัมพันธ์ไทย-ซาอุฯ ไม่ดีนัก โครงการนี้จะเป็นกุญแจสำคัญเชื่อมการค้าไทย-ซาอุฯ โดยใช้บาห์เรนเป็นตัวกลาง”

ไทยมาร์ต

นายอัครวุฒิ เผยอีกว่า ก่อนหน้านี้ ดิยาร์ อัล มูฮาร์รัค ได้มีความร่วมมือกับ ‘ไชน่าแม็ก’ จากจีน ในการดำเนินโครงการ ‘ดรากอนซิตี’ ในกรุงมานามา (พื้นที่อยู่ใกล้กับไทยมาร์ต) เน้นขายสินค้าจีนเป็นหลัก (พื้นที่ 55,000 ตารางเมตร ใหญ่กว่าไทยมาร์ตหลายเท่า) ซึ่งเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2558 ได้รับกระแสการตอบรับที่ดี โดยในปี 2560 มีผู้เข้าชมดรากอนซิตีถึง 7 ล้านคน ซึ่งมุ่งหวังไทยมาร์ตจะประสบความสำเร็จเช่นกัน ทั้งนี้ มีคนตั้งคำถามว่า ไทยมาร์ตจะเป็นคู่แข่งของดรากอนซิตีหรือไม่ เรื่องนี้จะใช้คำว่า “แข่งกัน” อาจจะยาก เพราะสินค้าและบริการไทย-จีน มีความแตกต่างกัน

อย่างไรก็ดี โครงการไทยมาร์ตมีเป้าหมายสินค้าและบริการใน 5 กลุ่มของไทย ได้แก่ 1.BEAUTY , SPA & WELLNESS ได้แก่ เครื่องสำอาง สินค้าเกี่ยวกับความงาม สินค้าและบริการด้านสปาและสุขภาพ น้ำมันกฤษณา , 2.LIFESTYLE & HOME PRODUCTS ได้แก่ สินค้าตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ภายในบ้าน เครื่องครัว อุปกรณ์ และเครื่องใช้ในห้องน้ำ ของขวัญของชำร่วย และสินค้าไลฟ์สไตล์ทั่วไป

3.MISCELLANEOUS ได้แก่ บริการด้านการแพทย์และสุขภาพ บริการด้านธุรกิจ บริการด้านการท่องเที่ยวและอื่น ๆ ที่เชื่อมโยงกับการให้บริการในไทย , 4.FASHION & ACCESSORIES ได้แก่ เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า และเครื่องประดับ และ 5.FOOD & BEVERAGES ได้แก่ ผลไม้อบแห้ง อาหารพร้อมรับประทานของว่าง เครื่องปรุง อาหารทะเล อาหารแห้ง และเครื่องดื่ม

ไทยมาร์ต

“พูดถึงโพสิชันนิงของไทยมาร์ต ถ้าพูดถึงสินค้าอุตสาหกรรม เราอาจแข่งขันกับจีนได้ยากในเรื่องต้นทุน แต่มีบางเซ็กเตอร์ เช่น อาหาร การรักษาพยาบาล เราโดดเด่นไม่แพ้ใคร รวมถึงสินค้าที่มีปัญหาเรื่องการตลาด เช่น สินค้าโอท็อปและสินค้าเอสเอ็มอี ไทยมาร์ตสามารถเป็นมาร์เก็ตเพลสของสินค้าเหล่านี้จะทั่วทุกภาคของไทย ล่าสุด มีผู้จองพื้นที่ในไทยมาร์ตแล้ว 50% ส่วนหนึ่งเป็นแฟนคลับของเวก้า ที่เราอยู่ในวงการงานแสดงสินค้ามากว่า 10 ปี และพาเขาไปขยายตลาดตะวันออกกลางจนประสบความสำเร็จ และมีรายได้หลักจากการขายสินค้าเข้าไปในตะวันออกกลางผ่านกิจกรรมที่เราทำ มีโรงพยาบาลพญาไท 2 ที่จะไปเปิดสำนักงานผู้แทน มีผู้ค้าเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่จากเชียงใหม่จะไปเปิดร้าน มี TARAD.com ที่จะเข้าไปเสริมในด้านการค้าออนไลน์ เป็นต้น ซึ่งรายชื่อเหล่านี้ได้ตอบตกลงกันทางวาจาเรียบร้อยแล้ว”

ด้าน นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า โครงการไทยมาร์ตถือเป็นโครงการที่ดี ภาครัฐพร้อมสนับสนุนเรื่องการตลาดและประชาสัมพันธ์ ที่ผ่านมา ทางกรมเคยมีการจัดตั้งไทยแลนด์พลาซ่าในนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ แต่จากกฎระเบียบของภาครัฐในเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่มีความคล่องตัว ที่สุดต้องยกเลิกโครงการไป

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Leave a Reply