ทุ่ม 1.15 หมื่นล้าน! ‘ แกรนด์ แอสเสท ‘ ลุย 3 โรงแรมใหม่

‘ แกรนด์ แอสเสท ’ ตั้งงบ 1.15 หมื่นล้านบาท ลงทุน 3 โรงแรมหรู หวังดันรายได้จากธุรกิจโรงแรมแตะ 4 พันล้าน ใน 4 ปี เร่งเทกโอเวอร์ ‘รอยัล ออคิด เชอราตัน’ 100% หลังซื้อหุ้นส่วนหนึ่งจากบินไทย

จากการเติบโตด้านการท่องเที่ยวของไทย และยังมีศักยภาพในการขยายตัวได้อีกมาก ซึ่งเป็นจุดแข็งของไทย โดยคิดเป็นสัดส่วนของจีดีพีกว่า 20% บมจ.แกรนด์ แอสเสท จึงมองโอกาสในการขยายการลงทุนโรงแรมใหม่เพิ่มขึ้นอีก 3 แห่ง มูลค่าการลงทุนกว่า 1.15 หมื่นล้านบาท เริ่มตั้งแต่ปี 2561-2563 ได้แก่ โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ สุขุมวิท มูลค่า 2,000 ล้านบาท, โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน มูลค่า 3,500 ล้านบาท และโรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ ระยอง ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการมิกซ์ยูสมูลค่า 6,000 ล้านบาท จากเจ้าของเดิม คือ โรงแรมมณเฑียร

แกรนด์ แอสเสท

เพื่อหวังจะขับเคลื่อนรายได้จากธุรกิจโรงแรมจาก 1,220 ล้านบาท จากโรงแรม 3 แห่ง ขยับเพิ่มมาแตะ 4,000 ล้านบาท ในปี 2564 จากการรับรู้รายได้ 3 โรงแรมใหม่ ที่เข้าไปลงทุน

นายไพสิฐ แก่นจันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจโรงแรม บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เป้าหมายในการลงทุนในธุรกิจโรงแรม จะทำให้บริษัทรับรู้รายได้จากการดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงและสม่ำเสมอ ขณะที่ รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จะขึ้น ๆ ลง ๆ เพราะรับรู้รายได้เมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์ ดังนั้น จะเห็นว่า บริษัทจะเน้นขยายการลงทุนโรงแรมใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อให้มีกระแสเงินสดเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ และหวังสร้างสมดุลของผลประกอบการระหว่างธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อยู่ในสัดส่วน 50 : 50

“การลงทุนใน 3 โรงแรมใหม่ จะทำให้ แกรนด์ แอสเสท มีห้องพักรวมกว่า 1,864 ห้อง ซึ่งแบ่งเป็น 3 โรงแรม ที่เปิดให้บริการอยู่แล้ว 656 ห้อง และโรงแรมใหม่อีกกว่า 1,208 ห้อง โดยโรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ สุขุมวิท มีจำนวน 273 ห้อง คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ทำให้บริษัทรับรู้รายได้จากธุรกิจโรงแรมในปี 2561 เพิ่มเป็นราว 1,530 ล้านบาท”

อย่างไรก็ดี ในส่วนโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน มีห้องพัก 726 ห้อง ซึ่งขณะนี้แกรนด์ แอสเสทได้เข้าไปซื้อหุ้นจาก บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และสตาร์วูด ไปแล้ว 68% มูลค่า 2,300 ล้านบาท และอยู่ระหว่างการทำคำเสนอซื้อหุ้นของโรงแรมต่อจากกลุ่มมาบุญครองที่ถือหุ้นอยู่ด้วย เพื่อเข้าไปเทกโอเวอร์ 100% ซึ่งการลงทุนในโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ถือว่าเป็นโอกาสที่เข้ามา หลังจากเชนแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ได้เข้ามาเทกโอเวอร์กลุ่มสตาร์วูด และมีนโยบายรับบริหารโรงแรมอย่างเดียว ทำให้สตาร์วูดที่ถือหุ้นอยู่ต้องการขายหุ้นทิ้ง

แกรนด์ แอสเสท

สาเหตุที่ แกรนด์ แอสเสท สนใจซื้อโรงแรมแห่งนี้ เนื่องจากเห็นว่า ทำเลที่ตั้งหาไม่ได้อีกแล้ว และลงทุนซื้อโรงแรมราว 3,500 ล้านบาท เฉลี่ยอยู่ที่ราว 5 ล้านบาทต่อห้อง แต่การสร้างโรงแรมใหม่ต้องลงทุนห้องละกว่า 10 ล้านบาท ไม่รวมที่ดิน และหากซื้อหุ้นทั้งหมดแล้วเสร็จ มีแผนจะปรับปรุงใหม่ ก็จะทำให้ปี 2562 บริษัทจะรับรู้รายได้จากธุรกิจโรงแรมขึ้นมาเป็นกว่า 3,000 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้เต็มร้อยของ รอยัล ออคิดฯ และการเปิดให้บริการของโรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ สุขุมวิท ตลอดทั้งปี

รับ ‘อีอีซี-ท่องเที่ยว’ บูม
ขณะที่ การลงทุนโรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ ระยอง ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการมิกซ์ยูส มูลค่าการลงทุนกว่า 6 พันล้านบาท คาดจะเริ่มก่อสร้างปี 2562 ห้องพัก 209 ห้อง เปิดบริการปี 2563 หลังจากขณะนี้ ได้ลงทุนในส่วนของที่พักอาศัยแบบวิลล่า รองรับลูกค้าไฮเอนด์ ขายในราคา 20-50 ล้านบาท ส่วนคอนโดมิเนียมคาดว่าจะลงทุนปี 2563 รองรับนักท่องเที่ยวและการลงทุนในโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ของรัฐบาล

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Leave a Reply