ปลดล็อกพื้นที่สีเขียวสร้างได้ 100% อีอีซี บูมอสังหา

อีอีซี

บิ๊กอสังหาฯบูมสนั่น ผัง อีอีซี ปลดล็อกพื้นที่เกษตร สีเขียว 4 ล้านไร่ พัฒนาทาวน์เฮาส์ได้ 100% ทุนท้องถิ่นชิงความได้เปรียบปรับแผนอุตลุด กอดที่ดินไม่ปล่อย บิ๊กทุนโดดตะลุมบอนตุนที่ จากแปดริ้วยันอู่ตะเภา ดันราคาพุ่งไร่ละ 10-20 ล้าน

นับถอยหลังอีกไม่นานผังใช้ประโยชน์ที่ดินเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษหรือผัง อีอีซี จะบังคับใช้ เพียงรอคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาเห็นชอบและ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ขณะการเตรียมความพร้อมเมกะโปรเจ็กต์หลัก หลายโครงการเริ่มขยับ ไม่ว่าจะเป็นท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 การลงนาม ไฮสปีด 3 สนามบิน เมืองการบินและสนามบินอู่ตะเภา สร้างความคึกคักให้กับ ดีเวลอปเปอร์ มองหาที่ดินทำเลทองปักธงขึ้นโครงการ รองรับแหล่งงานในโครงการ อีอีซี โดยเฉพาะพื้นที่สีเขียวราคาไม่แพง ขณะท้องถิ่นต่างวิตก ปัญหารุกรานพื้นที่เกษตรของนายทุนต่างถิ่นและทุนในพื้นที่ จากความต้องการที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้น

ดีเวลอปเปอร์ส่วนกลางที่เข้าพื้นที่ 3 จังหวัด อีอีซี มีทุกกลุ่มทุนแบรนด์ อาทิ บมจ. พร็อพเพอร์ตี้เพอร์เฟค เอสซีแอสเสท, พฤกษา, ศุภาลัย, แสนสิริ, อนันดา, แผ่นดินทอง, คิวเฮ้าส์,ออริจิ้น, ออลส์อินสไปร์ ฯลฯ

ปล่อยผีพื้นที่สีเขียว

นายวัชระ ปิ่นเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วัชราดล จำกัด ในฐานะนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ ฉะเชิงเทรา เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ผังอีอีซีเปิดช่องให้พัฒนาทาวน์เฮาส์ บนพื้นที่สีเขียว (ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม) ได้เต็มทุกพื้นที่ หรือ 100% จากเดิม พัฒนาได้เพียง5% ของพื้นที่โครงการ เช่น เดิมมีที่ดิน 100ไร่ แบ่งโซนทำทาวน์เฮาส์ได้ 5 ไร่

อย่างไรก็ตามหาก ผังอีอีซี บังคับใช้ ผู้ประกอบการสามารถ สร้างทาวน์เฮาส์ได้เต็มทั้ง 100 ไร่ ประเมินว่า จะเกิดการกว้านซื้อที่ดินของดีเวลอปเปอร์มากขึ้น ขณะผู้ประกอบการในพื้นที่ ค่อนข้าง ได้เปรียบเนื่องจากมีที่ดินสะสมไว้เดิม และหากนายทุนรายใด ติดต่อขอซื้อย่อมไม่มีใครขายแน่นอน

ขณะเดียวกันยังช่วยให้ พัฒนาที่อยู่อาศัยบนทีดินที่มีจำกัดได้มากขึ้น ราคาจับต้องได้ เพียง 1 ล้านต้นๆ รองรับกลุ่มคนทำงานในนิคม ในละแวกใกล้เคียง และคนพื้นที่ได้ อย่างไรก็ตามความนิยมของบริษัทพัฒนาที่ดินจากส่วนกลาง จะอยู่ที่ทำเลอำเภอบางปะกง อำเภอบ้านโพธิ์ และอำเภอเมือง เชื่อว่าราคาที่ดินอาจขยับและมีการกว้านซื้อมากขึ้นโดยเฉพาะพื้นที่สีเขียว

อสังหาฯพลิกตัวทันควัน

สำหรับรายละเอียดข้อกำหนด ผังอีอีซี ยังไม่เป็นที่เปิดเผย ส่งผลให้บริษัทพัฒนาที่ดินหลายค่ายอาจปรับตัวไม่ทัน และไม่ทันเตรียมที่ดิน ขณะสมาคมอสังหาฯฉะเชิงเทรา ได้แจ้งต่อสมาชิกกว่า 10 ราย รับทราบแล้ว โดยบริษัทชะลอเปิดตัวโครงการ ไปหลังจาก ผังอีอีซีประกาศใช้ พร้อมปรับผังขึ้นโครงการใหม่ จาก บ้านแฝด 140 หน่วย ราคา 2 ล้านบาทขึ้นไป เป็นทาวน์เฮ้าส์  200หน่วยราคา 1.5-1.6 ล้านบาท ขณะบริษัทดับเบิลเอฯ อสังหาฯในพื้นที่พัฒนาโครงการติดกัน ยังเปิดโครงการเป็นบ้านแฝดชั้นเดียว

แปดริ้วพื้นที่เกษตรตรึม

นายวัชระกล่าวต่อว่า สำหรับที่ดินเกษตร พื้นที่สีเขียวในฉะเชิงเทรามองไปทางไหนมีแต่ที่นา เชื่อว่านายทุนต่างกว้านซื้อไว้ในมือจำนวนมาก ส่วนราคาขยับ ไม่ตํ่ากว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป ทำเลติดถนน ถนนสายบางปะกง-ฉะเชิงเทรา 10-15 ล้านบาทต่อไร่จาก 4-5 ปีที่ผ่านมาราคา 2-5 ล้านบาทต่อไร่ ส่วน บริเวณ สถานีไฮสปีด ตำบลแก่นเสี้ยน อำเภอเมือง ติดถนนสุวินทวงศ์ ราคา 10-15 ล้านบาท ขณะ 5 ปีที่ผ่านมา ราคา 3-5 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีอุตสาหกรรม เอสเอ็มอี ทำเลนอกเขตส่งเสริม หากมีที่ดินแปลงติดต่อกันอยู่เดิม ก่อน กฎหมายผังเมืองประกาศ สามารถขออนุญาตตั้งโรงงานต่อเนื่องได้แต่หากซื้อภายหลังไม่สามารถลงทุนต่อได้ โดยต้องเข้าไปอยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรม

พฤกษาซื้อที่หนองมน

สอดคล้องกับนายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตทแวลู บริษัทพฤกษา เรียลเอสเตทจำกัด(มหาชน) ระบุว่าขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาผังอีอีซี เห็นด้วยกับการเปิดให้พัฒนาทาวน์เฮาส์ ได้ 100% บนพื้นที่สีเขียว ล่าสุดบริษัทได้ซื้อที่ดินพัฒนาโครงการต่อเนื่องบริเวณอำเภอหนองมน ใกล้กับนิคมแหลมฉบัง จำนวน 100 ไร่ พัฒนาทาวน์เฮาส์ รองรับกลุ่มนิคม ไร่ละ 7-8 ล้านบาทจาก 3-4 ปีที่ผ่านมา 3 ล้านบาทต่อไร่

ด้านนายธีรเดช เกิดสำอางค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจทาวน์เฮาส์ บมจ. พฤกษา เรียลเอสเตท กล่าวว่า ปัจจุบันทำเลจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีความน่าสนใจ สำหรับตลาดที่อยู่อาศัยโซนจังหวัดอีอีซี รองมาจากจังหวัดชลบุรี และระยอง ขณะตลาดหลักคือ กลุ่มบ้านเดี่ยวที่มีสัดส่วนถึง 40%

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีโครงการในทำเลดังกล่าว รวม 2 โครงการ คือ โครงการทาวน์เฮ้าส์ “บ้านพฤกษา บ้านโพธิ์-มอเตอร์เวย์” มูลค่า 590 ล้านบาท จำนวน 267 หน่วย ปัจจุบันมียอดขายต่อเนื่อง เฉลี่ย 7-10 หลัง/เดือน ส่วนอีก 1 โครงการ คือ โครงการบ้านเดี่ยว “พฤกษา วิลเลจ” มูลค่า 464 ล้านบาท จำนวน 112 หน่วย ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือน พฤษภาคม ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างศึกษาทำเล และหาที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการในอนาคต หลังจากกลุ่มจังหวัดอีอีซี เป็นโซนหลักที่บริษัทจะใช้นำร่อง สร้างยอดขายตีตลาดภูมิภาค

กว้านซื้อที่อู่ตะเภา

แหล่งข่าวจากวงการอสังหาฯ ระบุว่าทำเลตำบลพลา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณปีกซ้ายของสนามบินอู่ตะเภามีทุนใหญ่กว้านซื้อที่ดิน ขึ้นโครงการจัดสรร ทั้งกลุ่มซีพี ค่ายไทยเบฟค่าย แสนสิริ ศุภาลัย พฤกษา ฯลฯ รองรับเมืองการบิน

จากฐานเศรษฐกิจ

Leave a Reply