คอนโดหรูแพงระยับ สัญญาณชะลอตัว

ชะลอตัว

เป็นที่รับรู้กัน ตลาดคอนโดมิเนียมปีนี้อยู่ในช่วงขาลง หลังเจอปัจจัยลบรุมเร้ารอบด้าน ไม่ว่าจะภาวะเศรษฐกิจในประเทศและเศรษฐกิจโลกอยู่ในช่วง ชะลอตัว กำลังซื้อต่างชาติมีแนวโน้มลดลงรวมถึงมาตรการควบคุมการปล่อยสินเชื่อและมาตรการ LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่เริ่มใช้อย่างเป็นทางการในช่วงต้นเดือนเมษายน ที่ผ่านมา

กระทั่งคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ ลักชัวรี ซึ่งมีราคาขายเฉลี่ยสูงกว่า 300,000 บาทต่อตารางเมตร ปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณกำลังซื้อ ชะลอตัว เช่นกัน จากเดิมลูกค้าระดับบนถูกมองว่าไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและมาตรการ LTV เหมือนลูกค้าระดับกลาง-ล่างที่ได้รับแบบเต็มๆ

ฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย รายงานว่าคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ ลักชัวรีที่อยู่ระหว่างการขายในพื้นที่ ณเดือนสิงหาคม 2562 มีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายทั้งหมดประมาณ 30 โครงการ ประมาณ 5,932 ยูนิต มูลค่าโครงการ163,370 ล้านบาท ขายไปแล้วประมาณ 3,773 ยูนิต หรือคิดเป็น64% ของอุปทานที่อยู่ระหว่างการขายทั้งหมด เหลือขายประมาณ2,159 ยูนิต หรือคิดเป็น 36%

ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการนิยมพัฒนาโครงการอยู่ 2 ระดับราคา คือราคา 10,000,000 บาทขึ้นไป มากที่สุดที่ 5,612 ยูนิต หรือคิดเป็น94.60% รองลงมาคือระดับราคา 7,500,001 – 10,000,000บาท ที่ประมาณ 320 ยูนิต หรือคิดเป็น 5.40% โดยระดับราคา7,500,001- 10,000,000 บาท เป็นช่วงราคาที่ขายดีที่สุดสามารถขายไปได้ประมาณ 81.25%   เนื่องจากมีอุปทานที่อยู่ระหว่างการขายเพียงแค่ 320 ยูนิต เท่านั้น และตามมาด้วยระดับราคา 10,000,000 ล้านบาทขึ้นไป ที่สามารถขายไปได้แล้วประมาณ62.59%

อัตราการดูดซับเฉลี่ยต่อเดือนในปัจจุบันตํ่า
ลงจากปี 2561 ที่ผ่านมา และต่ำกว่าอัตราการดูดซับรวมเฉลี่ยของตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานครในช่วงครึ่งแรกปี 2562 ที่ผ่านมา ที่เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5.9% โดยพบว่าอัตราการดูดซับของคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ ลักชัวรี อยู่ที่ประมาณ 4.1% โดยรูปแบบ 1 ห้องนอน มีอัตราดูดซับที่สูงที่สุดในตลาดอยู่ที่ประมาณ 5.0% รองลงมาคือ รูปแบบสตูดิโอ ที่ประมาณ 4.5% และรูปแบบ 2 ห้องนอนขึ้นไปที่ประมาณ3.6%

โครงการคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ ลักชัวรี ที่อยู่ระหว่างการขายในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการเลือกพื้นที่สุขุมวิท มีอุปทานที่อยู่ระหว่างการขายมากที่สุดที่ประมาณ 3,677 ยูนิต หรือคิดเป็น61.98% จากอุปทานที่อยู่ระหว่างการขายทั้งหมด และพบว่าเป็นพื้นที่มีอัตราการขายที่ต่ำที่สุด เนื่องจากยังคงมียูนิตเหลือขายอีกเป็นจำนวนมากบนทำเลดังกล่าว รองลงมาคือในพื้นที่รอบสวนลุมพินีประมาณ 1,183 ยูนิต หรือคิดเป็น 19.94% และเป็นทำเลที่มีอัตราการขายที่สูงที่สุดของคอนโดมิเนียมระดับนี้ ตามมาด้วยพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ประมาณ 634 ยูนิต หรือคิดเป็น 10.69%และพื้นที่สีลม สาทร ที่ประมาณ 438 ยูนิต หรือคิดเป็น 7.39%

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Leave a Reply