ลุ้นสร้างปี 64 “หมอชิตคอมเพล็กซ์” มิกซ์ยูส 2.6 หมื่นล้านใต้ปีก “เสี่ยน้ำ”

เสี่ยน้ำ

ออกแบบแล้วเสร็จพร้อมเดินหน้าปัดฝุ่นโปรเจ็กต์มิกซ์ยูส “หมอชิตคอมเพล็กซ์” หลัง “ เสี่ยน้ำ มหฐิติรัฐ” เจ้าของ “บจ.ซันทาวเวอร์ส” และ “BKT-บจ.บางกอกเทอร์มินอล” เจรจาปิดดีลมหากาพย์กับกรมธนารักษ์คู่สัญญา

กว่าจะลงตัวใช้เวลากว่า 20 ปีเคาะอายุสัมปทานจบที่ 30 ปี ต่อสัญญาได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 10 ปี และเขย่ามูลค่าลงทุนใหม่มาหยุดสุดท้าย 26,916 ล้านบาท

โดยจ่ายผลตอบแทนให้กรมธนารักษ์ 550 ล้านบาท และค่าตอบแทนการใช้ที่ดินระหว่างก่อสร้าง 509,300 บาท ค่าเช่า 5 ปีแรกคิด 5.35 ล้านบาทต่อปี ปรับขึ้น 15% ทุก 5 ปี

20-6

สถานภาพโครงการล่าสุดอยู่ระหว่างทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) เพิ่มเติมตามมติ “ครม.-คณะรัฐมนตรี” แต่เพราะ “โควิด-19” ทำให้เลื่อนประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนออกไปจากเดิมในเดือน มี.ค.ออกไปไม่มีกำหนด

ส่งผลกระทบต่อไทม์ไลน์การเซ็นสัญญาเลื่อนตามไปด้วย เพราะภายใต้เงื่อนไขจะต้องให้ EIA ได้รับไฟเขียวก่อนถึงจะจดปากกา

ขณะเดียวกันในวงการกำลังเป็นที่จับตาการกลับมาของ “ เสี่ยน้ำ ” ฟื้นโปรเจ็กต์หมอชิตคอมเพล็กซ์บนที่ดิน 63 ไร่ จะดึงใครเข้าร่วมลงทุนด้วยหรือไม่ ด้วยทำเลมีศักยภาพ ใกล้บีทีเอสของเจ้าพ่อรถไฟฟ้า “คีรี กาญจนพาสน์” และแหล่งงาน

ก่อนหน้านี้ “ค่ายสิงห์เอสเตท” เคยสนใจหลังซื้ออาคารสำนักงาน “ซันทาวเวอร์ส” ด้วยวงเงิน 4,500 ล้านบาทเมื่อปี 2558

ล่าสุดมีเสียงยืนยันจาก “นริศ เชยกลิ่น” บอสใหญ่สิงห์เอสเตท “ยังไม่สนใจ เพราะเป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ และช่วงนี้บริษัทยังไม่มีแผนลงทุนโครงการใหญ่”

ด้าน “คีรี” กล่าวสั้น ๆ “ไม่สนใจ เพราะเป็นการพัฒนาบนที่เช่า ไม่คุ้มกับการลงทุน”

30-5-1024x691 (1)

สำหรับรูปแบบโมเดลการพัฒนาวางเป้าหมายให้เป็นศูนย์กลางคมนาคมและคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ มี 1 อาคาร แบ่งเป็นอาคารด้านทิศเหนือสูง 36 ชั้น และอาคารด้านทิศใต้สูง 32 ชั้น มีใต้ดิน 4 ชั้น และพื้นที่ใช้สอยรวม 810,000 ตร.ม.

ภายในประกอบด้วย อาคารสำนักงาน อาคารที่พักอาศัย โรงแรม ศูนย์การค้า อาคารจอดรถ ศูนย์ประชุมและสถานีรับส่งผู้โดยสารของบริษัท ขนส่ง จำกัด ที่มีข้อตกลงไว้จะกันพื้นที่ไว้ให้ 112,000 ตร.ม.ก่อนที่ บขส.จะย้ายไปจตุจักร

“สถานีขนส่งผู้โดยสาร” ตามที่ออกแบบไว้ จะเป็นสถานีจอดรับ-ส่งผู้โดยสารรูปแบบใหม่ที่เน้นการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ใช้บริการชานชาลาร่วมกัน ลักษณะเดียวกับสนามบิน มีกำหนดเวลาเข้า-ออกสถานีของรถโดยสารตามตารางเวลา มีระบบการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้โดยสารโดยการแสดงข้อมูลรถโดยสารและชานชาลาด้วยระบบสารสนเทศ มีระบบการตรวจสอบตั๋วและตรวจความปลอดภัยที่ชานชาลาก่อนโดยสาร มีระบบตู้ขายตั๋วอัตโนมัติและออนไลน์

นอกจากนี้ยังสร้างทางเชื่อมต่อการเดินทางรอบทิศ แก้ปัญหาการจราจรโดยรอบ จำนวน 3 โครงการ 1.ทางยกระดับบนถนนพหลโยธินฝั่งขาออก สำหรับรถที่ออกจากโครงการมุ่งหน้าไปยังห้าแยกลาดพร้าว อำนวยความสะดวกกับผู้ที่ต้องการมุ่งไปทางทิศเหนือ สามารถบรรเทาผลกระทบด้านการจราจรของจุดกลับรถบริเวณแยกกำแพงเพชร และช่วยแบ่งเบาปริมาณจราจรถนนวิภาวดีรังสิต และเพื่อลดผลกระทบจราจรบริเวณห้าแยกลาดพร้าวยังมีแนวคิดจะขยายทางยกระดับไปลงบนถนนวิภาวดีรังสิตก่อนถึงด่านโทลล์เวย์ลาดพร้าว

IMG_2514

2.ทางเชื่อมยกระดับด้านถนนพหลโยธิน ฝั่งมุ่งหน้าสะพานควาย เป็นทางยกระดับที่บูรณาการกับสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณแยกเกียกกาย ช่วงบริเวณถนนพหลโยธินและถนนกำแพงเพชร ผู้ที่เดินทางมาจากสะพานควายสามารถเลี้ยวซ้ายไปขึ้นทางยกระดับจากถนนกำแพงเพชร 2 เข้าสู่โครงการ ช่วยบรรเทาผลกระทบการจราจรของจุดกลับรถห้าแยกลาดพร้าว และยังเชื่อมต่อโครงข่ายกับพื้นที่ด้านตะวันตกของกรุงเทพฯ

3.ทางเชื่อมยกระดับด้านถนนวิภาวดีรังสิตและดอนเมืองโทลล์เวย์ เป็นทางยกระดับเพื่อเชื่อมพื้นที่สถานีขนส่งในอาคารกับถนนวิภาวดีรังสิตกับโทลล์เวย์ รองรับรถโดยสารและรถยนต์ที่ใช้โทลล์เวย์เข้าออกโครงการ จะมีทางขึ้น-ลงเชื่อมกับถนนวิภาวดีรังสิตสำหรับรถที่ไม่ต้องการใช้ทางด่วน ช่วยบรรเทาผลกระทบด้านการจราจรที่เกิดจากรถโดยสารขนาดใหญ่ให้แยกใช้ทางยกระดับเข้า-ออกพื้นที่

โดยมีเป้าหมายจะเริ่มสร้างในปี 2564 ใช้เวลาสร้าง 5 ปี ถ้าไม่มีอะไรผิดแผน โปรเจ็กต์นี้จะแล้วเสร็จในปี 2568

ขอขอบคุณประชาชาติ

Leave a Reply