มองอนาคต ” ลาดพร้าว ” เสมือนเป็น สุขุมวิท2

ผ่ามุมคิด

ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 แต่ละธุรกิจต่างเร่งปรับตัวปรับแผนอย่างฉุกเฉินเช่นกัน วิธีปฏิบัติอย่างหนึ่งคือการให้พนักงาน Work From Home ให้พนักงานทำงานอยู่บ้าน ซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนาโครงการสมัยใหม่ที่พัฒนาเป็นโฮมออฟฟิศ รับกระแสผู้ที่มีอาชีพอิสระ กลุ่มผู้ค้าออนไลน์ “ฐานเศรษฐกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “นายสุกรีย์ เตชาพลาเลิศ” ประธานกรรมการบริษัท อินเตอร์ พร็อพเพอร์ตี้ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้พัฒนาโครงการ The Civilize (เดอะ ซิวิไลซ์) ที่กล่าวว่า

เหมือนมือใหม่

การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ตนเองเหมือนเป็นมือใหม่ที่กลับมาเริ่มพัฒนา เพราะที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน อยู่ในวงการยางซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม บริษัท อินเตอร์แนชชั่นแนล รับเบอร์ พาทส์ จำกัด เป็นผู้ผลิตไม่ว่าจะเป็นยางรองสะพาน ยางต่างๆสำหรับงานก่อสร้าง เครื่องจักร จนถึงยางสำหรับชิ้นส่วนรถยนต์ ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญมานาน และยังเป็นบริษัทรับผลิตหรือเป็น OEM ผลิตให้กับโรงงานอุตสาหกรรมรถยนต์รายใหญ่อีกหลายราย

ส่วนแนวคิดที่เข้าสู่วงการอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากที่ผ่านมาครอบครัวทำธุรกิจเรียลเอสเตตอยู่บ้างแล้ว เมื่อ ปี 2530 พัฒนาโครงการนานาการ์เด้นท์ ตรงข้ามสนามบินดอนเมือง เป็นโครงการจัดสรรที่ดินแปลงละ 1 ไร่ พัฒนาตั้งแต่ยังไม่มีอะไรเป็นพื้นที่สวนแต่ปัจจุบันย่านนี้เจริญมาก เป็นต้น และไม่ได้พัฒนาโครงการอีก แต่มีการซื้อที่ดินทั้งกทม.และต่างจังหวัด ซื้อมาเก็งกำไรบ้างซื้อมาขายไปเรียกว่าทำมาตั้งแต่สมัยรุ่นคุณพ่อราว 30-40 ปี สะสมที่ดินขนาด 300 ไร่ 400 ไร่ จนถึง 1,000 ไร่ขึ้นไป เช่นที่โคราชมีที่ดินราว 2,000 ไร่ เชียงใหม่กว่า 1,000 ไร่ ปัจจุบันก็ยังคงหาซื้อที่ดินต่างจังหวัดเพิ่มเช่นกัน อย่างที่โคราช ชลบุรีและพื้นที่แถบชานเมือง เป็นต้น

จนมาเริ่มสนใจพัฒนาที่ดินในกทม. จึงหาที่ดินจนพบว่าย่าน ลาดพร้าว มีแนวโน้มว่าน่าจะเป็นแหล่งอาคารสำนักงาน เสมือนเป็นโมเดลที่ 2 ของย่านสุขุมวิท เมื่อศึกษาจุดแข็งพื้นที่รอบบริเวณ 10 ตร.กม. ย่านนี้ว่ามีความแตกต่างจากย่านอื่นอย่างไร จึงเห็นว่าส่วนใหญ่ย่านนี้เป็นอพาร์ตเมนต์และออฟฟิศขนาดเล็ก มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีนับพันราย ยังไม่มีการพัฒนาคอนโดมิเนียม ทั้งเป็นย่านที่มีร้านอาหารอร่อยจำนวนมาก ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ การเดินทางสะดวก และที่สำคัญย่านนี้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของกลุ่มลูกค้า A และ A+

ลาดพร้าว

พัฒนาคล้ายกันไม่เวิร์ก

แม้ว่าย่านนี้จะมีออฟฟิศและทาวน์เฮาส์จำนวนมากก็ตาม แต่รูปแบบการพัฒนาคล้ายคลึงกันหมด และกลุ่มเอสเอ็มอีที่อยู่ทาวน์เฮาส์ หรือบ้านแฝด กำลังมีความต้องการที่จะขยายออฟฟิศ เลยเห็นว่าถ้าพัฒนารูปแบบเดียวกันเหมือนกัน จะไม่สามารถขายโครงการได้ ถ้าจะขายได้ต้องพัฒนารูปแบบที่แตกต่าง ต้องคิดคอนเซ็ปต์ใหม่ๆ

1585310158_1

จึงตั้งเป้าหมายกลุ่มลูกค้าไปที่คนที่ต้องการทำงานที่บ้านและอยู่อาศัยด้วย ต้องการขยายสำนักงานเพิ่ม ทำงานอิสระ ขายออนไลน์และกลุ่มที่น่าสนใจคือกลุ่มครีเอเตอร์ ที่ทำบ้านเป็นสตูดิโอด้วย ไปจนถึงกลุ่มต้องการที่ทำงานสงบ เมื่อพบว่ามีดีมานด์จึงออกแบบเป็นโฮมออฟฟิศหรู ตั้งอยู่ที่ซอยนาคนิวาส 48 เขต ลาดพร้าว เป็นโครงการที่จะเน้นที่จอดรถ เพราะหากทำธุรกิจด้วยควรมีที่จอดรถหลายคันโดยโครงการแรก ทดลองตลาดเพียง 2 หน่วย มีพื้นที่ 96 ตร.ว.ขายได้แล้ว 1 หน่วย และอีกหนึ่งหน่วยอยู่ระหว่างการพิจารณาสินเชื่อจากธนาคาร ราคาขายเริ่มที่ 15.6 ล้านบาท

1585310182_2

จากนั้นมาพัฒนาอีกโครงการทันที ปัจจุบันการก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ รวมพื้นที่โครงการกว่า 1 ไร่ จำนวน 6 หน่วย แต่ละหน่วยมีพื้นที่ 58-92 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 510 ตร.ม. เป็นอาคาร 5 ชั้น พร้อมดาดฟ้า ที่จอดรถ 6-8 คัน ติดลิฟต์ให้ทุกหน่วย หากลูกค้าต้องการให้ตกแต่งด้วยสามารถทำได้ ยินดีให้คำปรึกษา หรือต้องการเพียงบ้านเปล่าก็ได้เช่นกัน โดยมีราคาขายเริ่มที่หน่วยละ 21.3-26 ล้านบาท รวมมูลค่าโครงการ 130 ล้านบาท ขายได้แล้ว 
2 หน่วย และล่าสุดซื้อที่ดินไว้อีก 1 แปลง ย่านสตรีวิทยา 2 เตรียมพัฒนาแต่รอสถานการณ์ และยังคงหาที่ดินทำเลนี้ในรัศมีไม่เกิน 5 กม.

“ทำเลที่ได้ที่จะพัฒนาเป็นโครงการอะไร ขึ้นกับว่าเราตอบโจทย์ให้ลูกค้า แต่ปัจจุบันมีบ้านที่เหมือนกันหมด แต่ราคาไม่ได้ ก็คิดว่าเราพัฒนาโครงการแล้วต้องตอบโจทย์ลูกค้าได้ บริการลูกค้าได้และราคาพอไปได้ เราต้องพยายามคิดให้กับลูกค้ามากที่สุด อะไรที่ให้ได้และลูกค้าชอบเราก็ต้องให้ และให้มากกว่าที่ลูกค้าคาดหวัง” นายสุกรีย์ 
กล่าวทิ้งท้าย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Leave a Reply