ซี.พี. แลนด์ปรับใหญ่ มุ่งทิศทางใหม่สร้างประสบการณ์ลูกค้า

ซี.พี.

ซี.พี. แลนด์ ปรับกลยุทธ์รุกตลาดอสังหาฯ ชูทิศทางใหม่สร้างประสบการณ์ของลูกค้าเป็นหลัก ดึงมืออาชีพจาก บิ๊กดีเวลอปเปอร์เสริมทัพ

นายพีรพัสภ์ บุญประสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการด้านการตลาดและการขายบริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด(มหาชน)กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีโครงการที่พักอาศัยที่อยู่ระหว่างการขาย 24 โครงการ แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 23 โครงการในตลาดต่างจังหวัดทั้งสิ้น กระจายอยู่ทุกภาค อีก 1 โครงการเป็นบ้านเดี่ยว แบรนด์ทัสคานี อยู่ที่มีนบุรีราคา 3.45-5 ล้านบาท

วางเป้าหมายค่อนข้างชัดเจนเจาะลูกค้าเรียลดีมานด์ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมกลุ่มราคา 1-1.5 ล้านบาท เป็นกลุ่มหลัก ขนาด 1 ห้องนอน แต่ก็มีความหลากหลายให้ลูกค้าเลือก บางโครงการมีห้องใหญ่ราคากว่า 2 ล้านบาท ลูกค้าหลักจะเป็นพนักงาน ข้าราชการ นายแพทย์ รายได้เดือนละประมาณ 3-5 หมื่นบาท อีกกลุ่มเป็นเจ้าของกิจการ และผู้ที่ค่อนข้างมีฐานะในพื้นที่ ซึ่งกลุ่มหลังจะเป็นลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง

หลังจากลงพื้นที่พบข้อแตกต่างระหว่างคอนโดมิเนียมกับบ้านเดี่ยวในต่างจังหวัด 2 จุดใหญ่คือ 1.โครงการบ้านเดี่ยว พื้นที่ส่วนกลางมีความหรูหราน้อยกว่าคอนโดมิเนียม 2.การบริการและประสบการณ์ของลูกค้า(customer experience) ที่ได้ต่างกัน ดังนั้นลูกค้าที่ค่อนข้างมีฐานะในต่างจังหวัดมีมุมมองว่าการซื้อคอนโดมิเนียมเป็นเรื่องความโก้หรู

ทิศทางการรุกตลาดของเราจะมุ่งไปที่การสร้างประสบการณ์ของลูกค้า เพราะกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัดวันนี้เข้าใจเรื่องราวผ่านสื่อโซเชียล สำหรับกลุ่มลูกค้าของ ซี.พี. แลนด์ ไม่ใช่กลุ่มที่มีความอ่อนไหวต่อราคาอย่างเดียว เป็นลูกค้าที่ซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อจะได้ประสบการณ์ที่แตกต่างจากซื้อบ้านเดี่ยว

เริ่มด้วยการตกแต่งห้องชุด เดิมใช้เฟอร์นิเจอร์สไตล์ท้องถิ่นในการตกแต่ง ก็ปรับมาสร้างเรื่องราวของเฟอร์นิเจอร์, การตกแต่งห้องตัวอย่าง ให้มีเรื่องราวเกิดขึ้น ในแคมเปญล่าสุด ดึงนักออกแบบตกแต่งภายในมาร่วมออกแบบห้องพร้อมอยู่ 5 ห้อง ให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ใหม่ซึ่งถ่ายทอดพร้อมของแถม 59 รายการ มูลค่ารวมกว่า 2แสนบาท แคมเปญนี้สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2562

นายพีรพัสภ์ กล่าวถึงยุทธศาสตร์ตลาดคอนโดมิเนียมในต่างจังหวัดของซี.พี.แลนด์ ที่เน้นพัฒนาโครงการในต่างจังหวัดว่า จากประสบการณ์การทำตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯมาตลอด พบว่าในตลาดคอนโดมิเนียมซัพพลายเพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี แต่ราคาเปิดใหม่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลง เช่น ปี 2559 ราคาเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 9% ปี 2560 เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 8% และปี 2561 เหลือ 7.6% ให้เป็นดีมานด์จริง สะท้อนว่าการเติบโตด้านราคาของคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ เริ่มถึงจุดอิ่มตัว สอดคล้องกับราคาที่ดินในกรุงเทพฯ ปี 2561 ที่ผ่านมาเติบโตเฉลี่ยประมาณ 15% ขณะที่ราคาที่ดินในต่างจังหวัดอยู่ในช่วงขาขึ้น เช่น ภาคกลาง เติบโตเฉลี่ย 22% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 39%, ตะวันออก 40%, เหนือ 37% และใต้ 24% เป็นอัตราการเติบโตในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Leave a Reply