“ศุภาลัย”ชี้คลายล็อกโควิดส่งปัจจัยบวกตลาดอสังหา-เลื่อนเปิดคอนโด Q2

ศุภาลัย

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2562 ถือเป็นปีที่ท้าทาย ทั้งผลกระทบจากลูกค้าชาวจีนที่หายไปและมาตรการ LTV ของแบงก์ชาติ และในปี 2563 อสังหาริมทรัพย์ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดไม่ต่างจากธุรกิจอื่น

ตนยอมรับว่าหลังจากมีโควิดและรัฐบาลออกมาตรการล็อกดาวน์ ยอดวอล์กหรือยอดจองตกลง เพราะลูกค้าเข้าไซต์ลำบาก และมีความไม่มั่นคงทางการเงิน แต่หลังจากวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 ที่รัฐเริ่มมีการปลดล็อกมาตรการ ยอดวอล์กมีแนวโน้มดีขึ้น และเริ่มกลับมาเป็นปกติในส่วนของโครงการแนวราบ แสดงให้เห็นว่ายังมีลูกค้าอีกหลายกลุ่มที่มีความมั่นคงทางการเงิน และมีความต้องการในที่อยู่อาศัย

“ผมเชื่อว่าจะเห็นการหักหัวขึ้นของตลาดอสังหาฯ หลังจากวันนี้ไป แต่ถามว่าปีนี้จะเป็นปีที่ดีของตลาดอสังหาฯ หรือเปล่า ไม่มีทาง เราจะเห็นการเปิดตัวที่ลดลงอย่างชัดเจน คอนโดฯ ผมคาดการณ์ว่าอย่างเก่งเปิดตัวสัก 50% ของโครงการที่เปิดตัวในปีที่แล้ว ทั้งที่ปีที่แล้วไม่ได้เปิดมากนักอยู่แล้ว สินค้าแนวราบถึงยังไปได้ดีอยู่ แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจต่าง ๆ อาจจะเห็นดีเวลอปเปอร์เปิดตัวลดลง -20-30% อันนั้นเป็นตัวคาดการณ์เพราะคงต้องดูแผนดีเวลอปเปอร์จริง ๆ

เพราะฉะนั้น การเปิดตัวลดลงแน่นอน ดีมานด์ถึงจะลดลงบ้าง แต่ก็ไม่ได้เป็นปีที่แย่สำหรับอสังหาฯ เสียทีเดียว เผลอ ๆ อาจจะเป็นสิ่งที่ดีเวลอปเปอร์ต้องการก็ได้ เพราะก่อนหน้านี้มีสิ่งที่กังวลคือเรื่องโอเวอร์ซัพพลายของคอนโดฯ พอมีโควิดเข้ามาทำให้การเปิดตัวลดลงอย่างชัดเจน ในขณะที่ดีมานด์ยังมีอยู่ระดับหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราอาจจะเห็นตลาดคอนโดฯ ที่ปรับตัว เป็นปีที่พักฐานสัก 1-2 ปี แล้วกลับมาสู่ภาวะที่ดีขึ้นก็ได้”

ส่วนศุภาลัย แม้สถานการณ์โควิดจะดีขึ้น จนมีการผ่อนคลายมาตรการ และคนกลับมาใช้ชีิวิตคล้ายปกติมากขึ้น แต่กว่าคนจะกลับมาใช้ชีวิตคล้ายปกติคงต้องใช้เวลาอีกสักพักหนึ่ง เมื่อถึงเวลานั้นบริษัทอาจจะเซ็ตเป้าหมายใหม่ที่วางยอดขาย 26,000 ล้านบาท และรายได้ 24,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ยังยืนยันใช้แผนงานปี 2563 ที่ประกาศไว้ก่อนหน้าคือ เปิดโครงการ 30 โครงการ มูลค่ารวม 30,000 ล้านบาท โดยโครงการแนวราบ 25 โครงการยังคงเดิม แต่โครงการคอนโดฯ ที่จะเปิดตัว 5 โครงการนั้น ในไตรมาส 2 ยังไม่มีการเปิดโครงการ ส่วนในไตรมาส 3 และ 4 ยังต้องดูสถานการณ์ต่อไป

ขณะที่แบ็กล็อกอยู่ที่ 39,000 ล้านบาท โอนรับรู้ในปีนี้ 9,500 ล้านบาท แต่รายได้ในปีี้ไม่ได้ขึ้นกับแบ็กลอกอย่างเดียว อยู่กับการโอนสินค้าใหม่ด้วย เช่น ศุภาลัย พาร์ควิลล์ รังสิต คลอง 4 ที่จะพรีเซลในวันที่ 23-24 พฤษภาคม 2563 แม้จะไม่ได้อยู่ในแบ็กลอก แต่เมื่อขายและสามารถโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 3 ได้ก็จะมีรายได้เข้าบริษัท

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โควิดทำให้ทุกบริษัทได้รับผลกระทบในระยะสั้นจากกำลังซื้อที่หายไป แต่ตนมองว่าศุภาลัยจะได้รับผลเชิงบวกในระยะยาวจากสถานการณ์นี้ เนื่องจากโควิดทำให้บางดีเวลอปเปอร์อาจมีการเปิดโครงการน้อยลงในอนาคต ไลน์อัปการเปิดตัวทั้งแนวราบและแนวสูงที่สามารถเห็นล่วงหน้าครึ่งปี กลับกลายเป็นเห็นได้น้อยมาก ขณะที่ลูกค้ามองหาโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่มากขึ้นโดยเฉพาะในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ฉะนั้นอาจจะมีดีเวลอปเปอร์เพียง 3-5 รายซึ่งยังมีความพร้อมที่จะสามารถเก็บเกี่ยวยอดขายใหม่จากการเปิดตัว และได้มาร์เก็ตแชร์เพิ่มได้

ซึ่งศุภาลัยถือเป็นบริษัทที่มีผลประกอบการที่ดีมาโดยตลอด มีการบริหารจัดการภาระหนี้ดีทำให้มีอัตราหนี้สินต่อทุนต่ำประมาณ 48% เทียบกับตลาดโดยรวมที่มีอัตรามากกว่าเกือบเท่าตัว รวมถึงสภาพคล่องกระแสเงินสดในขณะนี้ทำให้ยังสามารถดูแล stakeholder ทั้งลูกค้าเก่า ลูกค้าใหม่ พนักงาน รวมถึงผู้รับเหมากับแรงงานได้อย่างทั่วถึง โดยไม่มีการลดคน หรือหยุดการก่อสร้างโครงการ

“ผู้บริโภคที่เคยคิดว่าจะซื้อสินค้าจากบริษทไหนก็ได้ จะหันกลับมาดูดีเวลอปที่มีความรับผิดชอบ ไม่ทำร้ายลูกค้าเก่าแม้ในช่วงยากลำบาก ตรงนี้จะเป็นความน่าเชื่อถือและไว้วางใจให้ลูกค้าพิจารณาดูว่า ดีเวลอปเปอร์รายไหนที่เขาอยากเป็นลูกค้าด้วย สิ่งที่ศุภาลัยทำแม้ในน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 หรือโควิดก็ไม่เคยทิ้งลูกค้าจะเป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็น รวมถึงถ้าดีเวลอปเปอร์ไม่สามารถสร้างบ้านต่อเนื่องให้เป็นบ้านสร้างเสร็จพร้อมโอนได้ก็จะมีความยากลำบากในการหาลูกค้า หรือหากจะเปิดตัวคอนโดฯ ใหม่ซึ่งลูกค้าต้องรออีก 2-3 ปีเพื่อโอน อยู่ที่ลูกค้าจะเชื่อแบบไหน”

ด้านนางสาวธัญวรัตน์ ปัญญารัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการตลาดและการขาย กล่าวเพิ่มเติมว่า ศุภาลัย พาร์ควิลล์ รังสิต คลอง 4 อยู่ในทำเลที่ศุภาลัยเข้ามาพัฒนาโครงการเป็นรายแรก ๆ เริ่มจากศุภาลัยบุรีตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว ทำให้บริษัทเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคเป็นอย่างดี จึงเน้นให้ในตัวบ้านมีห้องอเนกประสงค์ที่สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้ตามความต้องการของผู้บริโภค เช่น ทำงานที่บ้านหรือต้องการพื้นที่เก็บสินค้าเมื่อขายของออนไลน์

โดยศุภาลัย พาร์ควิลล์ รังสิต คลอง 4 มูลค่า 2,100 ล้านบาท มีเนื้อที่กว่า 92 ไร่ จำนวน 375 แปลง มีให้เลือก 6 แบบบ้าน พื้นที่ใช้สอยเริ่ม 175-318 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 5.44 ล้านบาท เปิดพรีเซลในวันที่ 23-24 พฤษภาคม 2563 นี้ที่สำนักงานขายของโครงการ

 

ขอขอบคุณประชาชาติ

Leave a Reply