ชายทะเลใต้คอนโดฯล้น เบนเข็มเจาะวิว ‘ภูเขา’ รับวัยเกษียณ

ภูเขา

ปัจจุบันตลาดคอนโดมิ เนียมเมืองชายทะเล ยังมีสต๊อกเหลือขายจำนวนมาก อาทิ ชะอำ หัวหินปราณบุรี รวมถึง พัทยา สาเหตุหลักเกิดจาก นักท่องเที่ยวต่างชาติมีปริมาณลดลง กำลังซื้อคนไทยมีจำกัดโดยเฉพาะบ้านหลังที่สองที่ได้รับผลกระทบจากLTV มาตราการควบคุมสินเชื่อใหม่ของธนาคารแห่งประเทศไทย อีกทั้งเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ฯลฯ

ส่งผลให้ผู้ประกอบการทั้งส่วนกลาง และท้องถิ่นต่างปรับตัว หารูปแบบที่น่าสนใจระบายสต๊อกไปพร้อมๆ กับการมองหาทำเลใหม่ๆ เจาะตลาด อาทิ คนวัยเกษียณทั้งคนไทยและต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูงอย่างทำเล “ ภูเขา ” ทดแทนวิวทะเล ที่มีปัญหาตลาดชะลอตัวที่ดินหายาก และแพง

ทั้งนี้จากการสำรวจของ ฝ่ายวิจัยคอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย พบว่า ความต้องการบ้านจัดสรร แนวบ้านพักตากอากาศมากขึ้น เพื่อใช้เป็นที่พักผ่อนระยะยาว บนพื้นที่ ภูเขา เนื่องจากมีทัศนียภาพสวยงามและเห็นวิวทะเลในระยะไกล โดยทำเลชะอำ หัวหิน และปราณบุรี เริ่มมีผู้ประกอบการเข้าพื้นที่กันมาก เพราะได้รับความนิยมจากลูกค้าวัยเกษียณทั้งต่างชาติและคนไทย

แม้ที่ผ่านมาตลาด หัวหิน ชะอำ ปราณบุรี จะเป็นกลุ่มคนไทย แต่สังเกตว่าช่วงครึ่งแรกของปีที่ผ่านมามีกำลังซื้อจากชาวต่างชาติจำนวนกว่า 10% เป็นกลุ่มผู้ซื้อในทำเลนี้เช่นกัน แต่ลูกค้าต่างชาติส่วนใหญ่ยังคงเลือกซื้อบ้านเดี่ยวขนาดเล็กในพื้นที่หัวหินฝั่งภูเขาที่มีราคาขายประมาณ 5-10 ล้านบาทและบางส่วนเลือกพักอาศัยในคอนโดมิเนียมริมทะเลที่สร้างเสร็จมานานแล้ว เนื่องจากราคาไม่สูงเกินไป ชาวต่างชาติส่วนใหญ่ที่พักอาศัยในชะอำ หัวหิน และปราณบุรี เกษียณจากการทำงานและเลือกที่จะใช้ชีวิตบั้นปลายในประเทศไทยเพราะว่าค่าครองชีพไม่สูง สะดวกในการใช้ชีวิต และปลอดภัย อีกทั้งมีโรงพยาบาลนานาชาติระดับสากลที่ให้บริการชาว
ต่างชาติ

ขณะการระบายสต๊อกคงค้างของคอนโดมิเนียม มีผู้ประกอบการบางราย ว่าจ้างเอเยนซีช่วยขายให้แก่นักลงทุนไทยและชาวต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูง เพื่อนำไปขายทำกำไรอีกต่อให้กับกลุ่มนักลงทุนจีนขณะตลาดคอนโดมิเนียมในพื้นที่หัวหินพบว่า ยังมีผู้ประกอบการรายใหญ่จากส่วนกลางเข้าพื้นที่พัฒนาโครงการใหม่ แต่ก็มีปัญหาลูกค้าบางส่วนชะลอการซื้อเนื่องจากผลตอบแทนจากการลงทุนลดลง เพราะ “ LTV” ยังคงเป็นปัญญาหลักของตลาดคอนโด มิเนียมในเมืองท่องเที่ยวอย่าง หัวหิน ชะอำ และปราณบุรี

เนื่องจากกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ซื้อเพื่อการอยู่อาศัยเป็นบ้านหลังที่ 2 ที่ต้องวางเงินดาวน์เพิ่มขึ้นรวมถึงการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงินในช่วงที่ผ่านมาที่ส่งผลให้ลูกค้าบางส่วนได้รับการปฏิเสธการให้สินเชื่อลูกค้าจากธนาคารพาณิชย์ ส่งผลให้ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ นอกจากนี้ยังพบว่า ในช่วงหลังของปียังคงมีผู้ประกอบการรายใหญ่อีกหลายรายที่จะเข้าไปพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในพื้นที่หัวหินทั้งผู้ประกอบการจากกรุงเทพฯ และผู้ประกอบการ
รายใหญ่ที่เคยประสบความสำเร็จจากการขายคอนโดมิเนียม ที่ให้ผลตอบแทนจากการลุงทุนสูงถึง 10% เป็นระยะเวลา 10 ปี ก็สนใจจะเข้ามาพัฒนาคอนโดมิเนียมในพื้นที่หัวหินหลังจากที่เคยพัฒนาคอนโดมิเนียมในเมืองท่องเที่ยวสำคัญๆ เช่น พัทยา ภูเก็ต เกาะสมุย ชุมพรและล่าสุดในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี”

อย่างไรก็ตาม ตลาดที่อยู่อาศัยในชะอำ หัวหิน และปราณบุรียังคงมีการขยายตัวแบบช้าๆ แต่พบว่ามีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่หัวหินพบว่า กลับมาคึกคักอีกครั้งในปีนี้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Leave a Reply