หนีจีนชัตดาวน์ คอนโดพลิกเกม เจาะกำลังซื้อในประเทศ

ชัตดาวน์

ตลาดอสังหาฯระอุ สมาคมอาคารชุดฯผวา จีน ชัตดาวน์ ประเทศ เหตุผู้ติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่นยอดเสียชีวิตพุ่งรายวัน คอนโดฯพลิกเกมยึดมาตรการรัฐ เจาะกำลังซื้อไทย-จีนอาศัยในประเทศ ชี้ สถานการณ์ส่อลากยาว กำลังซื้อเป็น “ศูนย์”

ผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริทรัพย์ไทยคาดหมายกันว่า ไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม รัฐบาลจีน น่าจะแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาได้สำเร็จ โดยไม่มีการปิดเมืองเพิ่มเติมจนถึงขั้นลุกลามกดปุ่ม ชัตดาวน์ ประเทศ ทว่าตามข้อเท็จจริงแล้วยังไม่มีใครล่วงรู้ว่าจะเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้หรือไม่ ขณะเวลายังคงเดินต่อเนื่องสิ้นสุดเดือนมกราคม ก้าวข้ามเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ ปรากฏว่าการขยายวงระบาดของไวรัสตัวนี้ยังคงหนักหน่วง ยอดเสียชีวิตเพิ่มขึ้นราวกับใบไม้ร่วง สร้างความสั่นคลอนต่อเศรษฐกิจไปทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศไทย เนื่องจากลูกค้าชาวจีนเป็นตัวหลักของตลาดคอนโดมิเนียม หากเทียบกับคนไทยแม้ความต้องการมีแต่มักติดปัญหาการปฏิเสธสินเชื่อ ความสามารถในการผ่อนชำระมีน้อย ส่วนใหญ่มีผลพวงมาจากหนี้ครัวเรือน

นางอาภา อรรถบูรณ์วงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ริชี่เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน) ฐานะนายกสมาคมอาคารชุดไทย ระบุสมาคมประชุมสมาชิกเพื่อหาทางออกเกี่ยวกับผลกระทบจากเชื้อไวรัสโคโรนา โดยให้สมาชิกมุ่งเน้นทำการตลาดคอนโดมิเนียมเจาะกลุ่มเป้าหมายคนไทย ที่เป็นเรียลดีมานด์ พร้อมออกโปรโมชันผสมผสานกับมาตรการรัฐที่ออกมาช่วยเหลือ ทั้งมาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียม การโอน-จดจำนอง การผ่อนคลายกฎแอลทีวี สัญญา 1 และสัญญา 2 ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

อีกทั้งขอให้รัฐบาลช่วยขยายมาตรการออกไปในระยะยาว หรือหาช่องทางช่วยเหลือธุรกิจอสังหาฯ เพิ่มมากขึ้น และเสนอต่ออายุมาตรการทางภาษีกระตุ้นธุรกิจอสังหาฯที่คาดว่าจะหมดอายุ ให้เดินหน้าต่อไป ส่วนค่าบาทแข็งค่า แม้ขณะนี้จะเริ่มอ่อนลงบ้างแต่ระยะยาวต้องการให้ธปท. นำเงินที่มีอยู่บนหน้าตัก 20,000 ล้านบาท ออกลงทุน เพื่อให้บาทอ่อนที่ 32 บาท

ขณะเดียวกันผู้ประกอบการต้องแก้สถานการณ์เฉพาะหน้า เช่น การชะลอเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่, การมองหาตลาดใหม่ เจาะจงกลุ่มกำลังซื้อเฉพาะของคนไทย, มุ่งเน้นพัฒนาโครงการแนวราบ, กำเงินสดไว้ในมือ อย่างไรก็ตาม หากทำเลดี อยู่ท่ามกลางแหล่งงานติดสถานีรถไฟฟ้ากลางใจเมือง มองว่าตลาดยังไปได้

สำหรับตัวเลขลูกค้าจีนที่คาดว่ายังคงหลงเหลือ จากเหตุการณ์สงครามการค้าและเป็นระดับเศรษฐีเงินเย็น นางอาภายืนยันว่ามีประมาณ 20% เมื่อก้าวเข้าสู่เดือนมกราคมปีนี้เกิดไวรัสระบาด เป็นเหตุให้ลูกค้าจีนหายไปอีก 50% เหลือเพียง 10% และขณะนี้ทราบข่าววงในอย่างไม่เป็นทางการว่าจีนจะถึงขั้นปิดประเทศ ไม่ใช่ปิดเพียง 3 เมือง เพราะไม่สามารถคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้ หากเป็นเช่นนี้ ลูกค้าจีนรายใหม่ๆ ที่คาดว่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมาย จะสลายกลายเป็นศูนย์ หรือไม่เหลือเลย

“กำลังซื้อจีน มีช่องทางมาจากผู้ประกอบการ นำโครงการไปโรดโชว์ตามเมืองต่างๆ ปิดการขายกันที่เมืองนั้นๆ หรือไม่กลุ่มเอเยนต์เหมาโครงการไปขายให้กับคนจีนเอง โดยการบวกกำไรเพิ่ม และการเดินทางมารูปแบบกรุ๊ปทัวร์ แต่ปัจจุบันไม่สามารถดำเนินการใดๆได้ โดยเฉพาะเมื่อกรุ๊ปทัวร์จีนไม่มา เท่ากับการซื้อคอนโดมิเนียมในไทยสลายกลายเป็นศูนย์”

นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท แวลู บมจ.พฤกษาเรียลเอสเตท สะท้อนว่าลูกค้าจีนเป็นตัวหลัก สำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเมื่อเกิดสถานการณ์ที่คาดเดายากว่าการแพร่ระบาดไวรัสจะจบลงเมื่อใดทางออกต้องเน้นกลุ่มลูกค้าคนไทย ที่เชื่อว่ายังมีความต้องการและมีกำลังซื้อจริง

ในมุมการวิจัยตลาดอสังหาฯ นายสุรเชษฐ กองชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟีนิกซ์ พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนซัลแทนซี่ จำกัด ระบุการแก้ไขสถานการณ์ทั้งจีน และไทย ยังต้องอาศัยเวลา อย่างไรก็ตาม ทางออกผู้ประกอบการต้องพึ่งหากำลังซื้อในประเทศเป็นหลัก และกลุ่มคนจีนที่ ยังอยู่ในประเทศไทย สำหรับทำเลที่ได้รับผลกระทบ ยังยืนยันเป็นโครง การเปิดใหม่ ย่าน พระราม 9, รัชดาฯ, ห้วยขวาง, รามคำแหง ซึ่งเป็นทำเลคุ้นเคยของคนจีนในประเทศไทย

แหล่งข่าวจาก บริษัทไรส์แลนด์ (ประเทศไทย) จำกัด กลุ่มใหญ่จากฮ่องกงกล่าวว่าโครงการ อาร์ติซาน รัชดา ทำเลเทียมร่วมมิตร จำนวน 1,300 หน่วย 4 อาคาร แบ่งเป็นโซนลูกค้าจีน 2 อาคารที่เหลือเป็นลูกค้าไทย ที่ผ่านมาบริษัทขายให้กับลูกค้าจีนเต็มพื้นที่ สัดส่วน 49% ประมาณเกือบ 700 หน่วย ก่อนหน้าจะมีไวรัสโคโรนา

อย่างไรก็ตาม บริษัทเน้นลูกค้าคนไทยเป็นส่วนใหญ่ เช่นเดียวกับทำเลทองหล่อ สุขุมวิท 32 เป็นต้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Leave a Reply