เคาะแนวทางด่วน เชื่อม “ท่าเรือกรุงเทพ-บางนา-อาจณรงค์”

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เคาะแนวทางด่วน เชื่อม “ท่าเรือกรุงเทพ-บางนา-อาจณรงค์”

เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2563 การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 ผลการคัดเลือกแนวสายทางและรูปแบบทางขึ้น-ลง ที่เหมาะสมโครงการพัฒนาเส้นทางทางด่วนเชื่อมต่อท่าเรือกรุงเทพและทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์ (S1)

เคาะแนวทางด่วน

นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการ กทพ.กล่าวว่า เนื่องจากการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) มีแผนการพัฒนาท่าเรือกรุงเทพให้มีความทันสมัยในการตอบสนองทางด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ

โดยมีการออกแบบปรับปรุงท่าเรือกรุงเทพทางด้านตะวันตกให้เป็นท่าเรืออัตโนมัติ รวมทั้งการพัฒนาศูนย์กระจายสินค้าภายในพื้นที่ท่าเรือ และมีการพิจารณาความเป็นไปได้ในการพัฒนาทางเชื่อมต่อกับทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์ (S1)

อีกทั้งสภาพการจราจรในปัจจุบันบนถนนอาจณรงค์บริเวณทางเข้าท่าเรือกรุงเทพ และถนนโครงข่ายโดยรอบท่าเรือกรุงเทพ มีปัญหาจราจรติดขัดหนาแน่น ปัจจุบันการท่าเรือแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการศึกษาวางผังแม่บทการพัฒนาท่าเรือกรุงเทพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและขนส่งสินค้าทางน้ำ รวมทั้งพัฒนาพื้นที่ในเชิงพาณิชย์

โดยได้วางแผนโครงการพัฒนาเส้นทางเชื่อมต่อท่าเรือกรุงเทพและทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์ (S1) กทท. จึงได้ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับ กทพ.ให้เป็นผู้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมโครงการ ต่อมา กทพ. จึงได้ว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการศึกษาความเหมาะสมของโครงการ

เคาะแนวทางด่วน 2

จากการศึกษาได้มีการพิจารณาคัดเลือกแนวสายทางและรูปแบบทางขึ้น-ลงที่เหมาะสม โดยแนวสายทางของโครงการเริ่มต้นที่บริเวณทางเข้าท่าเรือกรุงเทพ ที่จะพัฒนาเป็น Terminal 3 รถบรรทุก เข้า-ออก Terminal 3 ผ่านวงเวียนแล้วขึ้นใช้ทางพิเศษ สำหรับ Terminal 1 และ 2 รถบรรทุก เข้า-ออก Terminal 1 และ 2 จะผ่านวงเวียนของ Terminal 1 และ 2 ขึ้นใช้ทางพิเศษ

แนวสายทางพิเศษจะอยู่ในระดับสองของถนนอาจณรงค์ข้ามคลองพระโขนง ผ่านด้านหน้าอาคารสำนักงาน ปตท. หลังจากนั้นแนวสายทางพิเศษจะไปตามแนวทางรถไฟข้ามถนนทางรถไฟสายเก่าปากน้ำ และแยกเป็น ขา Ramp เข้าเชื่อมต่อกับทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์ (S1) และทางพิเศษฉลองรัช

ทั้งนี้รูปแบบแนวสายทางและรูปแบบทางขึ้น-ลงของโครงการที่นำมาพิจารณามี 3 แนวสายทาง และทางขึ้น-ลง 8 รูปแบบ ซึ่งสรุปการคัดเลือกแนวสายทางที่เหมาะสมของโครงการ

แนวสายทางที่นำมาพิจารณามี 3 แนวสายทาง ซึ่งในการคัดเลือกแนวสายทางที่เหมาะสมที่สุดของโครงการ ได้พิจารณาปัจจัยความเหมาะสม ทั้งทางด้านวิศวกรรม ด้านเศรษฐกิจและการเงิน และด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยใช้วิธี Multi Criteria Analysis (MCA)

ซึ่งแนวสายทางที่ 3 เป็นแนวสายทางที่มีคะแนนรวมสูงสุดของทุกปัจจัยและมีความเหมาะสมในการพัฒนา เนื่องจากแนวสายทางและรูปแบบวิศวกรรมรองรับการจราจรในอนาคตได้ ค่าก่อสร้างไม่สูงมากนัก ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมน้อยและพื้นที่การเวนคืนต่ำที่สุด ซึ่งการพัฒนาโครงการจะทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชนบริเวณพื้นที่โดยรอบโครงการ

โดยช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณถนนอาจณรงค์ และถนนโครงข่ายโดยรอบ อีกทั้งยังช่วยให้สามารถรองรับปริมาณจราจรได้อย่างเพียงพอและมีประสิทธิภาพในอนาคต

​แนวสายทางเลือกที่ 3 มีจุดเริ่มต้นโครงการที่บริเวณประตูทางเข้า-ออกท่าเรือกรุงเทพ Terminal 3 เลยทางแยกเข้าสำนักงานเขตคลองเตย (ทางพิเศษโครงการ : กม. 0+000) ทางพิเศษจะก่อสร้างเป็นโครงสร้างทางยกระดับขนาด 4 ช่องจราจร (ทิศทางละ 2 ช่องจราจร) อยู่ด้านบนและไปตามแนวถนนอาจณรงค์เมื่อผ่านบริเวณประตูทางเข้า-ออกท่าเรือกรุงเทพ Terminal 1 และ 2 จะมีทางขึ้นสำหรับรถบรรทุกจาก Terminal 1 และ 2 เข้าใช้ทางพิเศษได้ แนวสายทางเมื่อถึง กม. 1+284 จะข้ามถนนเลียบทางรถไฟสายเก่าปากน้ำ และทางพิเศษจะแยกเป็นขาทางเชื่อม (Ramp) เข้าเชื่อมกับทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์ (S1)

ประกอบด้วย ขาทางเชื่อม (Ramp) ในทิศทางไปทางพิเศษบูรพาวิถี และขาทางเชื่อม (Ramp) ทิศทางไปทางพิเศษฉลองรัชได้ ระยะทางจากจุดเริ่มต้นโครงการก่อสร้างโครงสร้างทางพิเศษ กม. 0+000 ถึงจุดแยกทางเชื่อม (Ramp) กับทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์ (S1) กม. 1+284 มีระยะทาง 1,284 เมตร

ขาทางเชื่อม Ramp No.1 ท่าเรือกรุงเทพ-S1 (ไปทางพิเศษฉลองรัช) มีระยะทาง 678 เมตร ขาทางเชื่อม Ramp No.2 S1-ท่าเรือกรุงเทพ (มาจากทางพิเศษฉลองรัช) มีระยะทาง 702 เมตร

ขาทางเชื่อม Ramp No.3 ท่าเรือกรุงเทพ-S1 (ไปทางพิเศษบูรพาวิถี) มีระยะทาง 961 เมตร ขาทางเชื่อม Ramp No.4 S1-ท่าเรือกรุงเทพ (มาจากทางพิเศษบูรพาวิถี) มีระยะทาง 788 เมตร

ประชาชาติธุรกิจ

ติดตามอัพเดทข่าวสารในวงการอสังหาฯ ทั้งหมดได้ที่
www.propertyinsight.co

Leave a Reply