หวั่นรถติดหนัก สั่งปิดไซต์ “พระราม 2” รับหยุดยาว 18-21 พ.ย.นี้

หวั่นรถติดหนัก สั่งปิดไซต์ “พระราม 2”  รับหยุดยาว 18-21 พ.ย.นี้

“ปลัดคมนาคม” ฟิตลุยเช็กอัพ 3 โปรเจ็กต์ก่อสร้างถนนพระราม 2 ทางยกระดับช้ายกแผง ทางด่วนพระราม 3 สร้างเร็วกว่าแผนเล็กน้อย

เข้มหยุดยาว 18-21 พ.ย. นี้ ห้ามก่อสร้าง หวั่นรถติดหนึบ เร่งสรุปมาตรการจราจรรายงาน ”ศักดิ์สยาม”

หวั่นรถติดหนัก

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 10 พ.ย. 2563 ที่กระทรวงคมนาคม นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานศึกษาสภาพปัญหาเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการจราจร และลดผลกระทบจากโครงการก่อสร้างระบบคมนาคม ครั้งที่ 7/2563

เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างบนทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2) โดยมีกรมทางหลวง (ทล.) และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) รับผิดชอบการก่อสร้างในภาพรวม พร้อมทั้งติดตามการดำเนินงานแก้ไขปัญหาการจราจรบนถนนพระราม 2 ตามข้อสั่งการของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

สั่งหยุดสร้างช่วงหยุดยาว 18-21 พ.ย.นี้

ในการประชุมครั้งนี้ ปลัดกระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้ทั้ง 2 หน่วยงานกำกับการดำเนินงานของผู้รับเหมาให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาในสัญญาจ้าง และรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานให้กระทรวงทราบเป็นระยะ

โดยในช่วงวันหยุดยาว ตั้งแต่วันที่ 18 – 21 พ.ย. 2563 ขอให้ชะลอการดำเนินงานก่อสร้างที่กระทบผิวการจราจรและจะส่งผลให้เกิดการการจราจรติดขัดหรือเกิดอุบัติเหตุ เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน

ขยายพระราม 2 คืบ 87.07%

นอกจากนี้ยังติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างบนทางหลวงหมายเลข 35 โดย ทล. และ กทพ. จำนวน 3 โครงการ

1. ปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 35 ตอนทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน – เอกชัย โดยสำนักก่อสร้างทางที่ 1 ทล. รายงานสถานะโครงการ ด้านการก่อสร้างตามมาตรฐานชั้นพิเศษ 14 ช่องจราจร ระยะทางรวม 11.7 กม. ความคืบหน้าการก่อสร้าง 87.07% ล่าช้ากว่าแผนงานรวม 3.61%

ตอนที่ 1 กม. 9+800 – กม. 13+300 ระยะทาง 3.5 กม. มีผลงาน 77.33% ล่าช้ากว่าแผนงาน 13.28% ตอนที่ 2 กม. 13+300 – 17+400 ระยะทาง 4.1 กม. มีผลงาน 82.84% เร็วกว่าแผนงาน 0.11% และตอนที่ 3 กม. 17+400 – กม. 21+500 ระยะทาง 4.1 กม. งานแล้วเสร็จตามสัญญา มีผลงาน 100%

ยกระดับพระราม 2 คืบ 14.87%

2. ก่อสร้างทางยกระดับบนทางหลวง หมายเลข 35 สายธนบุรี – ปากท่อ ตอน ทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน – เอกชัย โดย ทล. ระยะทางรวม 8.36 กม. ความคืบหน้า 14.87% ล่าช้ากว่าแผนงานรวม 3.60%

ตอนที่ 1 กม. 11+960 – 14+535 ระยะทาง 2.58 กม. มีผลงานรวม 12.79% ล่าช้ากว่าแผนงาน 5.95% ตอนที่ 2 กม. 14+535 – 18+642 ระยะทาง 4.11 กม. มีผลงานรวม 7.08% ล่าช้ากว่าแผนงาน 11.03% และตอนที่ 3 กม. 18+642 – 20+295 ระยะทาง 1.65 กม. ผลงานรวม 30.669% เร็วกว่าแผนงาน 12.058%

“ได้กำชับในเรื่องการก่อสร้าง ซึ่งทล.รายงานว่า ได้ดำเนินการก่อสร้างตอม่อของทางยกระดับดังกล่าวเสร็จแล้ว ดังนั้น ในขั้นตอนการยกคานเสาเข็มเห็นว่า ควรจะไปก่อสร้างในช่วงกลางคืนตั้งแต่เวลา 22.00-05.00 น. เพื่อลดภาระในการสัญจรไปมาของประชาชน”

ทั้งนี้โครงการดังกล่าวได้ปฏิบัติตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

1. การเข้าพื้นที่ก่อสร้างให้เหมาะสมกับจำนวนเครื่องจักรเป็นช่วง ๆ โดย ทล. ได้กำกับดูแลผู้รับเหมาให้ปิดกั้นพื้นที่ก่อสร้างในพื้นที่ที่สามารถนำเครื่องจักรและอุปกรณ์เพื่อเริ่มการก่อสร้างได้ทันทีเท่านั้น พร้อมทั้งให้ระบุระยะเวลาในการเข้าพื้นที่ให้ชัดเจน

2. จัดช่องการจราจรทิศทางละ 6 ช่อง ไปกลับ 12 ช่อง ในขณะก่อสร้าง โดย ผู้รับเหมาก่อสร้างจะดำเนินการกั้นพื้นที่ดำเนินการเพียง 1 ช่องจราจรด้านชิดเกาะกลางเท่านั้น จะทำให้มีช่องการจราจรทิศทางละ 6 ช่องจราจร

3. ไม่เปิดพื้นที่ก่อสร้างทางยาว พร้อมมีป้าย ไฟฟ้าแสงสว่าง และสัญญาณเตือน ซึ่งผู้รับเหมาได้ติดตั้งป้ายเตือนตลอดทั้งโครงการ โดยเฉพาะจุดเข้าออกพื้นที่ก่อสร้าง จุดเริ่มต้นสิ้นสุด เขตก่อสร้าง ตลอดจนติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง และไฟสัญญาณเตือนเพื่อความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้เส้นทาง

4. การก่อสร้างสะพานกลับรถต้องแล้วเสร็จ จึงก่อสร้างทางยกระดับ โดยผู้รับเหมาได้เว้นช่วงการก่อสร้างในพื้นที่ที่กำลังก่อสร้างสะพานกลับรถ ที่ กม.11+959 และ กม.16+000 เพื่อรอให้การก่อสร้างสะพานกลับรถแล้วเสร็จ จึงเข้าก่อสร้างทางยกระดับ

ด่วนพระราม 3 ออกสตาร์ท 4.38%

3. โครงการทางพิเศษ ช่วงพระราม 3 – ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอก กรุงเทพมหานครด้านตะวันตก สัญญาที่ 2 (งานโยธา) ระยะทาง 5.3 กม. วงเงิน 7,242 ล้านบาท โดย กทพ. มีผลการดำเนินงานก้าวหน้า ณ เดือน ต.ค. 2563 ผลงานสะสม 4.38% เร็วกว่าแผน 1.27% ทั้งนี้ กทพ. ได้กำกับติดตามการดำเนินงานของผู้รับเหมาให้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงฯเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน

“กำชับ กทพ. จะต้องไม่ขอช่องจราจรเพิ่มเพื่อดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งในช่วงที่เป็นงานสัญญา 2 จะมีเลนจราจรด้านใน 8 เลน ฝั่งละ 4 ช่องจราจร “

นอกจากนี้ที่ประชุมได้ติดตามความก้าวหน้ากรณีเกิดอุบัติเหตุฉุกเฉินบนถนนโครงการ ตามนโยบายของกระทรวงฯ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันดำเนินการเคลียร์พื้นที่ผิวการจรจรให้สู่ภาวะปกติได้ภายในเวลาที่กำหนด และอำนวยความสะดวกการจราจรให้กับประชาชนผู้ใช้เส้นทาง

โดย ทล. ได้ประชาสัมพันธ์ผ่านทางแอปพลิเคชัน Highway Traffic ส่วน กทพ. ได้ประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์ของโครงการ สื่อมวลชน แอปพลิเคชัน EXAT Portal และป้าย VMS

ทั้งนี้ การจัดแผนจราจรดังกล่าวจะมีการเสนอให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรับทราบในลำดับถัดไป

ประชาชาติธุรกิจ

ติดตามอัพเดทข่าวสารในวงการอสังหาฯ ทั้งหมดได้ที่
www.propertyinsight.co

Leave a Reply