บิ๊กอสังหาฯ ลุยแนวราบ ต่อลมหายใจครึ่งปีหลัง 2563

บิ๊กอสังหาฯ ลุยแนวราบ ต่อลมหายใจธุรกิจครึ่งปีหลัง 2563 “เอพี (ไทยแลนด์)” ระงับคอนโดฯ เพิ่มพอร์ตบ้านเดี่ยว-ทาวน์เฮาส์ 40 โครงการรวด “แสนสิริ” แชร์พอร์ตเปิดตัวบ้าน 74% “เมเจอร์ฯ” ฟื้นชีพบ้านจัดสรรในรอบ 20 ปี ปั๊มรายได้โปะตลาดคอนโดฯ คาดบ้านจัดสรรโอน -24%

ลุยแนวราบ

ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์โรคระบาดโควิดส่งผลกระทบภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นอย่างมาก ประเมินตลาดในกรุงเทพฯ-ปริมณฑลในปี 2563 มูลค่าลดลง -27% จาก 5.7 แสนล้านบาทในปีที่ผ่านมา เหลือ 4.2 แสนล้านบาท แบ่งเป็นมูลค่าโอนกรรมสิทธิ์บ้านจัดสรร 2.4 แสนล้านบาท ติดลบ -24% คอนโดมิเนียม 1.8 แสนล้านบาท ติดลบ -30% คาดว่าต้องใช้เวลาอีก 5 ปีตลาดจึงจะกลับมาอยู่ในระดับเดียวกับช่วงก่อนโควิด

นายกณิศ อ่ำสกุล นักวิเคราะห์ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS กล่าวว่า แนวโน้มครึ่งปีหลัง 2563 ผู้ประกอบการชะลอการเปิดตัวคอนโดฯและหันไปเพิ่มพอร์ตแนวราบมากขึ้น ทั้งปีมีบ้าน-คอนโดมิเนียมเปิดตัวใหม่ 72,000 ยูนิต ลดลง -40% เทียบกับปี 2562

บิ๊กอสังหาฯ เพิ่มพอร์ตแนวราบ

สำรวจ 10 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ ค่ายแสนสิริ, ศุภาลัย, พฤกษา เรียลเอสเตท, เอพี (ไทยแลนด์), ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้, เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น, พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค, เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์, สถาพร เอสเตท และธารารมณ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ พบว่าแผนลงทุนให้น้ำหนักกับการพัฒนาโครงการแนวราบเป็นหลัก ทั้งเพิ่มจำนวนโครงการ และพัฒนาเฟสส่วนต่อขยาย โดย บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) ปรับกลยุทธ์รุกแนวราบหนักหน่วงมากที่สุด จากเดิมต้นปีประกาศแผนลงทุนแนวราบ 33 โครงการ เปิดตัวไปแล้ว 14 โครงการปีแรก ล่าสุดเพิ่งประกาศบุกลงทุนเพิ่ม 26 โครงการทั่วประเทศ ทำให้พอร์ตแนวราบปีนี้มีการลงทุนใหม่ถึง 40 โครงการ บมจ.แสนสิริ ต้นปีประกาศพัฒนาแนวราบ 12 โครงการ ครึ่งปีแรกเปิดแล้ว 3 โครงการ ส่วนครึ่งปีหลังเปิดตัวเพิ่ม 10 โครงการ รวม 13 โครงการ เพิ่มขึ้นจากที่เคยวางแผนไว้

ลุยแนวราบ 2

รายใหญ่กวาดส่วนแบ่ง 67%

สอดคล้องกับงานวิจัยของบริษัท ลุมพินี วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น ระบุว่า มกราคม-มิถุนายน 2563 ตลาด กทม.-ปริมณฑลมีเปิดตัวแนวราบ 91 โครงการ รวม 17,347 ยูนิต บิ๊กแบรนด์ 67% รายกลางรายเล็ก 33%โดยท็อป 3 หน่วยเปิดตัวสะสมมากสุดสถิติเป็นของเอพี 13.2% ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ 9.2% LPN 4.2% ขณะที่ท็อป 3 หน่วยเปิดขายมากสุดสถิติเป็นของกลุ่มโกลเด้นแลนด์ 21.8% แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ 13.4% และเอพี 10.7%

ด้านนายวสันต์ เคียงสิริ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และกรรมการผู้จัดการ บมจ.ธารารมณ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ธารารมณ์ฯปีนี้ไม่ได้วางแผนลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ แต่เลือกขยายเฟสในโครงการเดิม 7-8 โครงการ แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 4 โครงการ, บ้านแฝด 1 โครงการ และทาวน์เฮาส์ 2 โครงการ เซ็กเมนต์ที่แข่งขันสูงเป็นสินค้าราคา 5-8 ล้านบาท

เมเจอร์ฯ ผุดบ้าน 62-85 ล้าน

นางสาวเพชรลดา พูลวรลักษณ์ กรรมการบริหาร บมจ. เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เปิดเผยว่า ครึ่งปีหลัง 2563 บริษัทกลับมาเปิดตัวแนวราบอีกครั้งในรอบ 20 ปี โมเดลลงทุนเป็นบ้านสร้างเสร็จ ก่อนขาย 2 โครงการแบรนด์ “มอลตัน ไพรเวท เรสซิเดนซ์” ราคา 62-85 ล้านบาท มูลค่าโครงการรวม 1,150 ล้านบาท แต่จำกัดจำนวนเพียงโครงการละ 7-8 ยูนิต ทำเลใจกลางเมืองย่านสุขุมวิทกับซอยอารีย์

เมเจอร์ฯตั้งเป้าปิดการขายได้ภายในสิ้นปีนี้ ขณะเดียวกัน กำลังศึกษาความเป็นไปได้ที่จะขยับทำเลออกไปย่านขอบเมือง พัฒนาสินค้าแนวราบราคา 30-50 ล้านบาท เป็นการแตกทำเลพัฒนาบ้านหรูของบริษัทอีกด้วย

เอพีเปิดเยอะสุด

ปี 2563 เอพีน่าจะเป็นบริษัทที่เปิดตัวแนวราบมากที่สุดในตลาด จุดแข็งคือตอบโจทย์เรียลดีมานด์ โดยใช้ที่ดินผืนใหญ่ ทำเลรอบนอกเป็นส่วนใหญ่ตลาดแนวราบมีคนอยากเล่นเยอะ แต่ประสบความสำเร็จไม่เยอะเพราะใช้ความรู้และความชำนาญในระดับหนึ่ง ล่าสุดบริษัทมีบ้านเดี่ยว 37 โครงการ ทาวน์เฮาส์ 50 กว่าโครงการ มูลค่าเหลือขาย 49,000 ล้านบาท

นายวิทการกล่าวถึงแนวราบในต่างจังหวัดภายใต้แบรนด์ใหม่ “อภิทาวน์” ด้วยว่า ปีนี้วางแผนเปิดพรีเซล 5 จังหวัดคือ นครศรีธรรมราช เชียงราย ขอนแก่น พระนครศรีอยุธยา ระยอง ทั้งนี้ แผนเปิดตัวแนวราบในระยองตั้งเป้าเปิดพรีเซลเดือนตุลาคมนี้ สถานการณ์โควิดในพื้นที่ยังมีเวลารีวิวแผนอีก 3 เดือน คาดว่าเปิดตัวได้ครบ 5 จังหวัด มูลค่ารวม 4,700 ล้านบาท

ตลาดคอนโดฯ ยังไม่ฟื้น แสนสิริเน้นแนวราบ

นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บมจ.แสนสิริ กล่าวว่า ช่วง 5 เดือนแรกบริษัทเปิดตัวใหม่ 3 โครงการ มูลค่า 3,100 ล้านบาท เป็นแนวราบทั้งหมดมียอดขาย 22,000 ล้านบาท โต 168% เทียบกับ 5 เดือนแรกของปี 2562 ซึ่งมียอดขาย 8,200 ล้านบาท ล่าสุดปิดการขายแล้ว 19 โครงการ แบ่งเป็นคอนโดฯ 6 โครงการ บ้านเดี่ยว 7 โครงการ ทาวน์เฮาส์และมิกซ์โปรดักต์ 6 โครงการ มูลค่ารวม 27,200 ล้านบาท

แนวโน้มครึ่งปีหลังมองว่ามี 1. เศรษฐกิจโดยรวมน่าจะมีการฟื้นตัว 2. กนง.ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 0.5% ส่งผลให้ดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้านถูกลงเหลือ 2% ต้น ๆ (ดอกเบี้ยโปรโมชั่น 3 ปีแรก) เป็นปัจจัยบวกกระตุ้นตลาดอสังหาฯคึกคักขึ้น 3. การเปิดประเทศให้ต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวเท่ากับเพิ่มโอกาสในการซื้อของลูกค้าต่างชาติ

“ตลาดคอนโดฯ ยังไม่ฟื้นในปีนี้ ตลาดแนวราบจะเป็นตัวเอกที่สำคัญ โดยครึ่งปีหลังจะเปิดตัวบ้านเดี่ยว 3 โครงการ 5,400 ล้านบาท ทาวน์โฮมและมิกซ์โปรดักต์ 7 โครงการ 6,300 ล้านบาท รวมทั้งปีแสนสิริจะเปิดตัวใหม่ 15 โครงการ มูลค่า 20,000 ล้านบาท ลดลง 4,000 ล้านบาท โดยสัดส่วน 74% เป็นสินค้าแนวราบ” นายอุทัยกล่าว

ประชาชาติธุรกิจ

ติดตามอัพเดทข่าวสารในวงการอสังหาฯ ทั้งหมดได้ที่
www.propertyinsight.co

Leave a Reply